วกเขา จะต้องเกิดเรื่องใหญ่อันใดขึ้นแล้วอย่างแน่นอน
ซือหม่าโยวเย่ว์มองโอวหยางเฟยแล้วเอ่ยว่า “ทางด้านอาณาจักรทักษิณายาตรส่งข่าวมาบอกว่า พวกจักรพรรดิทักษิณายาตรรู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ยังมีข่าวออกมาจากอาณาจักรตงเฉินด้วยว่าจะประหารมารดาของเจ้ากับคนในตระกูลของนางในอีกครึ่งเดือนให้หลัง”
โอวหยางเฟยเดือดดาลขึ้นมาในทันใด เขาฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะหินจนแตกกระจุยแล้วตะโกนว่า “โอวหยางตงมันช่างกล้านัก!”
“เขาเพิ่งจะขึ้นครองราชย์ พอรู้ว่าโอวหยางยังมีชีวิตอยู่ ย่อมต้องหาทางกำจัดแน่นอนอยู่แล้ว” เป่ยกงถังพูด
“ถูกต้อง ตอนที่บิดาของเจ้ายังมีชีวิตอยู่ เขาไม่กล้าลงมือกับมารดาและคนในครอบครัวเจ้า ได้แต่ลอบทำร้ายเจ้าอยู่ในความมืดเท่านั้น แต่ตอนนี้เขาได้ขึ้นครองบัลลังก์แล้ว ย่อมต้องกำจัดเสี้ยนหนามเหล่านี้ทิ้งไปอยู่แล้วล่ะ” เว่ยจือฉีเอ่ยวิเคราะห์
“ถ้าหากบรรดาผู้อาวุโสในราชวงศ์เหล่านั้นรู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่ จะต้องปลดเขาแล้วให้เจ้าขึ้นเป็นจักรพรรดิแทนอย่างแน่นอน โอวหยางตงก็คงกลัวจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นนั่นแหละ” เจ้าอ้วนชวีก็โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไม่น้อยตลอดสองปีนี้
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเขาพลางถามว่า “เจ้าคิดจะทำเช่นไรหรือ”
โอวหยางเฟยกำหมัดแน่นแล้วเอ่ยว่า “แล้วจะทำเช่นไรได้อีกเล่า เขารู้ว่าคนในครอบครัวคือจุดอ่อนของข้า รู้ว่าถ้าหากข้ารู้ข่าวก็จะต้องกลับไปอย่างแน่นอน ตอนนี้เกรงว่าคงจะเตรียมค่ายกลสังหารเอาไว้รอข