น้องห้า แล้วเจ้าเล่า” ซือหม่าโยวเล่อถาม
“ข้าไม่ไปแล้วล่ะ ไปหาสัตว์อสูรวิเศษที่ภูเขาด้านหลังฝึกฝีมือก็พอแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้า
เธอใช้เวลาอยู่ในภูเขากว่าสองปี จึงยังไม่อยากไปใช้ชีวิตหาประสบการณ์ในภูเขาอีกในตอนนี้
ระหว่างที่พวกเขาสนทนากัน ซือหม่าไท่ก็พูดจบพอดีแล้วให้ทุกคนกลับไปก่อน แต่ให้พวกซือหม่าโยวเย่ว์และซือหม่าโยวหลินอยู่ต่อ
ซือหม่าโยวเย่ว์ตามหลังพวกเขาไปยังห้องโถงใหญ่แล้วนั่งลงตามลำดับชั้น
“โยวหลิน สิ่งที่เจ้าพูดเป็นความจริงหรือ” ซือหม่าไท่ถาม
“จริงขอรับ” ซือหม่าโยวหลินพูด “โยวเย่ว์มีสายโลหิตตระกูลซือหม่าจริงๆ ขอรับ”
“โยวเย่ว์ เจ้าเข้าไปด้านหลังประตูบานนั้นแล้วหรือ” ซือหม่าหลินถาม
“ถูกต้อง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ก้อนหินด้านนอกภูเขานั่นเชื่อถือมิได้ใช่หรือไม่”
“ก้อนหินนั่นย่อมต้องเชื่อถือได้อยู่แล้วสิ นั่นเป็นสิ่งที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษเชียวนะ” ซือหม่าไท่พูด “เช่นนี้ก็หมายความว่าเจ้าเป็นคนของตระกูลซือหม่าเราน่ะสิ”
ซือหม่าโยวเย่ว์กลอกตาใส่เขาทีหนึ่งแล้วพาดตัวบนโต๊ะโดยไม่เอ่ยวาจา
จิ้งจอกเฒ่านั่น รับคำเขาก็เท่ากับพาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยง่ายๆ
“โยวหลาน สายโลหิตในกายเจ้าพลุ่งพล่านอยู่บ้าง สายโลหิตสัตว์อสูรวิเศษภายในกายถูกกระตุ้นไปอีกก้าวแล้วใช่หรือไม่” ซือหม่าไท่ถาม
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ท่านประมุขตระกูล” ซือหม่าโยวหลานพูดยิ้มๆ “คราวนี้ข้าเลือกบ่อน้ำที่กระตุ้นสายโลหิตได้พอดี หลั