ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกประหลาดใจที่เห็นหมัวซาออกมา
หลังจากที่เขาผสานรวมเจดีย์วิญญาณเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกมาน้อยครั้งนัก
“หมัวซา เหตุใดท่านจึงออกมาเล่า”
หมัวซาไม่ตอบเธอ เพียงแค่จ้องมองกระบี่หักเขม็ง ทันใดนั้นฝ่ามือของเขาก็ค่อยๆ แข็งตัวขึ้นมา เขาส่งแรงดึงกระบี่หักเข้ามาไว้ในมือ
“ท่านระวังด้วย…”
ซือหม่าโยวเย่ว์ยังพูดไม่ทันจบก็กลืนคำพูดกลับลงไป เพราะเธอพบว่ากระบี่หักนั้นดูสงบอย่างยิ่งในมือของหมัวซา แม้กระทั่งไอสังหารก็ถูกเก็บลงไปด้วย
และเมื่อหมัวซามองกระบี่หัก บนใบหน้าก็เผยแววอ่อนโยนออกมา ราวกับพบคนรักเก่าอย่างไรอย่างนั้น
“กระบี่หักเล่มนี้เป็นของท่านอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์อดถามมิได้
หมัวซาเอาแต่ลูบคลำกระบี่หักด้วยท่าทีระมัดระวังโดยมิได้ตอบเธอเลย ทำให้เธอพอเข้าใจขึ้นมาบ้าง
“นี่คืออาวุธของเขาก่อนตายอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ลอบคาดเดากับตัวเองในใจ
จากนั้นหมัวซาก็โบกมือไปยังหีบ ทักษะวิญญาณเล่มนั้นจึงลอยออกมาจากภายใน หลังจากนั้นจึงดึงกล่องมาแล้ววางกระบี่หักลงไปก่อนจะเอ่ยว่า “เก็บไว้ให้ดี ก่อนที่เจ้าจะมีพลังยุทธ์มากพอ อย่าให้ผู้อื่นล่วงรู้จะเป็นการดีที่สุด ไม่ว่าใครก็ตาม”
ซือหม่าโยวเย่ว์รับหีบมาพลางมองหมัวซาแล้วเอ่ยว่า “เสียงเรียกที่ข้าสัมผัสได้ข้างนอกนั่น ความจริงแล้วมิได้กำลังร้องเรียกข้า หากแต่เป็นความรู้สึกระหว่างท่านกับมันใช่หรือไม่”
“เจ้าไม่ได้โง่นี่” มือของหมัวซาเปลี่ยนกลับไ