อยสิว่าจะเป็นอย่างไร!” เจ้าคำรามน้อยที่อยู่ข้างๆ เห็นเธอเล่นสนุกอยู่คนเดียวจึงโวยวายขึ้นมา
“ได้เลย ผสานร่าง”
เจ้าคำรามน้อยผสานร่างกับซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพบว่าไม่เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นกับเธอเลย มิได้มีปีกงอกขึ้นมา และร่างกายก็มิได้แข็งแกร่งขึ้นด้วย
“เจ้าคำรามน้อย เจ้ามีความพิเศษอะไรบ้างหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
ผ่านไปครู่ใหญ่ เจ้าคำรามน้อยจึงค่อยเอ่ยด้วยเสียงเอื่อยๆ ว่า “กิน… นับหรือไม่”
ซือหม่าโยวเย่ว์สีหน้าดำทะมึน เธอแยกร่างแล้วโอบมันเอาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะจักจี้มัน
“ข้าก็รู้ดีอยู่แล้วล่ะว่าเจ้ามันไม่มีประโยชน์ ทั้งยังกินล้างกินผลาญอีกต่างหาก! แล้วยังมีหน้ามาถามข้าอีกว่านับเป็นความพิเศษหรือไม่”
“ไอ้หยา ไอ้หยา ข้าจะตายอยู่แล้ว!” เจ้าคำรามน้อยตะโกนเสียงดัง
แต่ไม่ว่ามันจะร้องอย่างไร ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ไม่สนใจ เธอจักจี้จนขนสีขาวทั่วร่างของมันพันกันยุ่งเหยิงไปหมด
“เจ้านาย ข้าว่าเจ้ากับเจ้าคำรามน้อย มิใช่ว่าจะไม่ได้ผลหรอกนะ” เชียนอินรอให้ซือหม่าโยวเย่ว์จัดการกับเจ้าคำรามน้อยเสร็จแล้วจึงค่อยเอ่ยปาก
“แต่ร่างกายข้าไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไรเลยนะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เจ้าคำรามน้อยถอนข่ายมนตร์ทั้งหมดทั้งมวลได้ ข้าว่าหลังจากที่เจ้านายผสานร่างกับมันแล้วน่าจะได้ทักษะนี้มาด้วย” เชียนอินพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์ครุ่นคิด ดูเหมือนว่าความสามารถนี้ของมันจะโดดเด่นที่สุดจริงๆ
“เอาละ ตอนนี้พวกเราออกไปกันดีกว