จึงรู้สึกว่าเจ้าดูมีอันตรายพอตัวเลยนะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ที่ไหนกันเล่า! ข้าจิตใจเมตตา บริสุทธิ์ และหล่อเหลาถึงเพียงนี้ แล้วจะไปมีอันตรายได้อย่างไรกัน! เจ้าต้องมองคนผิดอย่างแน่นอน!”
ซือหม่าโยวหลานเบ้ปาก นางคงจะเชื่อคำพูดนี้หรอกนะ!
ภายในห้อง ซือหม่าโยวหลินถอดเสื้อผ้าของซือหม่าไท่ออกจนหมดแล้ววางตัวเขาลงในถังน้ำอีกครั้ง ก่อนจะเหนี่ยวนำตัวยาเหลวเหล่านั้นเข้าสู่ร่างกายของเขาตามที่ซือหม่าโยวเย่ว์บอก แต่จนกระทั่งน้ำใสสะอาดแล้ว ก็ยังไม่เห็นเขาฟื้นขึ้นมาเลย
“หรือจะต้องทำตามที่เขาบอกจริงๆ” เขาไม่เห็นท่าทีว่าซือหม่าไท่จะฟื้นขึ้นมาเลย จึงเอ่ยอย่างลังเล
เขายกมือขึ้นแล้ววางลง หลังจากนั้นจึงยกขึ้นแล้ววางลงอีกครั้ง
“เพื่อเรียกท่านปู่ให้ฟื้น จะถูกลงโทษก็ถูกลงโทษไปเถิด!”
พอพูดจบเขาก็กัดฟันแล้วตบบ้องหูทั้งสองของซือหม่าไท่อย่างแรงจนเสียงฟาดดังออกไปข้างนอก
“เพียะๆ”
ซือหม่าโยวเย่ว์และซือหม่าโยวหลานที่กำลังสนทนากันอยู่ตกตะลึง ทั้งสองมองไปทางห้องนั้นแล้วเอ่ยว่า “เขาคงมิได้ตบบ้องหูท่านปู่จริงๆ หรอกนะ”
“พรวด…” ซือหม่าโยวเย่ว์พ่นน้ำชาในปากออกมาจนหมดแล้วเอ่ยว่า “คงไม่หรอกกระมัง ข้าแค่พูดเล่นเท่านั้นเองนะ
“เพียะๆ”
เสียงดังลอยมาอีกสองครั้ง ซือหม่าโยวเย่ว์รีบวางถ้วยชาในมือแล้วผลักประตูเข้าไป ก็เห็นหนึ่งชายชราและหนึ่งชายหนุ่มนั่งจ้องตากันอยู่พอดี
“เรียกให้ฟื้นขึ้นมาได้จริงๆ ด้วย…” เธอเอ่ยพึมพำ ทันใดน