ำการกลั่นเครื่องยา แล้วนำสารสำคัญของเครื่องยาแล้วเทลงไปในอ่างใบนั้นพร้อมกัน
เมื่อซือหม่าโยวหลินเห็นซือหม่าโยวเย่ว์หยิบเครื่องยาเหล่านั้นออกมาแล้วก็รู้สึกตื่นตะลึงกับฝีมือของเธอเป็นอย่างยิ่ง หลังจากนั้นเมื่อเห็นเธอวางตัวนางพญาผึ้งแดงลงไปในน้ำทิพย์วิญญาณแล้วก็คาดเดาว่าของสิ่งนั้นจะต้องล้ำค่าเป็นอย่างยิ่งแน่นอน และเมื่อเห็นการเคลื่อนไหวอันคล่องแคล่วยามที่เธอกลั่นเครื่องยาแล้วก็คาดเดาว่าเธอจะต้องไม่ใช่นักหลอมยาระดับขั้นต่ำๆ แน่นอน
“เป็นทั้งนักหลอมยา ทั้งนักฝึกสัตว์อสูร… มิได้เล่าถึงได้ถือครองบัตรสีฟ้าของหอเซวียนหยวน” ซือหม่าโยวหลินพึมพำพลางยอมรับจากใจว่าเธอร้ายกาจยิ่งกว่าที่เขาคาดคิดเอาไว้เสียอีก
โชคดีที่ตระกูลมิได้พลาดคนมีความสามารถเช่นนี้ไป มิฉะนั้นพวกเขาคงต้องรู้สึกเสียดายตายแน่นอน
เขาย่อตัวลงมองดูนางพญาผึ้งแดงกระพือปีกอย่างผ่อนคลายอยู่ในอ่างน้ำจึงเอ่ยถามว่า “นี่เจ้ากำลังทำอะไรอยู่หรือ”
“ตอนนี้มันก็เหมือนกับเด็กทารกแรกเกิด หากยิ่งดูดซับสิ่งดีๆ ในตอนนี้ได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งดีต่อการพัฒนาของมันในอนาคต” ซือหม่าโยวเย่ว์อธิบาย “สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องยาที่มีประโยชน์ต่อมันทั้งสิ้น”
“หึ่งๆๆ…” ผึ้งน้ำตาลเหล่านั้นไล่ตามเข้ามา พลางมองพวกเขาทั้งสองอย่างระแวดระวัง
ซือหม่าโยวเย่ว์มองพวกมันแล้วเอ่ยว่า “ตอนนี้ข้าทำพันธสัญญากับนางพญาของพวกเจ้าเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากอยากจะติดตามมันต่อไปก็จงอยู่ที่น