…”
เขาหลับตาลง กลิ่นอายของเขาก็ค่อยๆ เลือนหายไปอย่างช้าๆ คล้ายกับแปลงเป็นฝุ่นผงเม็ดหนึ่งในอากาศ
กลิ่นอายของเขาอ่อนแอกว่าก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด ถ้าหากปรากฏตัวต่อหน้าผู้อื่นเช่นนี้ จะต้องถูกโจมตีอย่างแน่นอน
คนของตระกูลซือหม่ามิได้ไปรบกวนพวกเขา แต่ไปเสาะหาหญ้าจันทร์รำเพยในบริเวณใกล้ๆ โดยมีที่นี่เป็นจุดศูนย์กลาง
ใกล้ถึงยามเที่ยงแล้ว ซือหม่าโยวเย่ว์จึงค่อยตื่นขึ้นมาจากการบำเพ็ญ ขณะที่กำลังเตรียมจะพูดคุยกับซือหม่าโยวหลินอยู่นั้นเอง ก็ค้นพบว่าเขามิได้อยู่ข้างกายอีกต่อไปแล้ว
“ปัง…”
ห่างออกไปไม่ไกล ซือหม่าโยวหลินกำลังต่อสู้อยู่กับงูเหลือมตัวหนึ่ง งูเหลือมตัวนี้ไปถึงระดับสัตว์อสูรเทพแล้ว พลังการต่อสู้เทียบเคียงได้กับระดับราชันวิญญาณ
เธอเห็นว่าพงหญ้าบริเวณไม่ไกลจากที่ตนนั่งเมื่อครู่แบนราบไปหมด น่าจะเป็นบริเวณที่งูเหลือมเคยเลื้อยเข้าใกล้พวกเธอ แต่ซือหม่าโยวหลินคงจะไม่อยากให้มันรบกวนการบำเพ็ญของเธอ จึงได้ล่องูเหลือมให้เลื้อยห่างออกไป
ซือหม่าโยวหลินย่อมมิใช่คู่ต่อสู้ของเจ้างูเหลือมอยู่แล้ว แต่เขาก็มิได้เรียกสัตว์อสูรวิเศษของตนออกมา หากแต่ท้าทายขีดจำกัดของตนเองอยู่ตลอดเวลา
ซือหม่าโยวเย่ว์ยืนอยู่บนยอดเขาโดยมิได้เข้าไปช่วยเหลือ เพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่ต้องการ
หลังผ่านการขับเคี่ยวมายกหนึ่ง ซือหม่าโยวหลินก็ฆ่างูเหลือมตายได้ในที่สุด แต่ตนเองก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อย ถึงขนาดที่มิอาจทรงตัวอยู่ได้ เขาปัก