เลยล่ะ” โยวหลินพูดด้วยความมั่นใจ “ดังนั้นข้าเลยต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อไม่ให้ล้าหลังกว่าเขา”
“งานประลองอะไรหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
จวินหลินมองซือหม่าโยวเย่ว์พลางเอ่ยว่า “เจ้าไม่รู้จักงานประลองจริงหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ข้าเพิ่งจะมาถึงที่นี่ ยังไม่เคยได้ยินใครพูดถึงงานประลองอะไรมาก่อนเลย มันคืองานประลองอะไรหรือ”
“มันคือการแข่งขันระหว่างแต่ละขุมอำนาจใหญ่ ซึ่งจะใช้ผลของการแข่งขันนี้ในการตัดสินลำดับของขุมอำนาจ” โยวหลานอธิบาย “ถ้าหากขุมอำนาจชั้นหนึ่งพ่ายแพ้ เช่นนั้นก็อาจกลายเป็นขุมอำนาจชั้นสองได้ นอกจากนี้ขุมอำนาจที่ระดับต่ำกว่าก็ยังส่งคำท้าไปยังขั้นที่เหนือกว่าขั้นหนึ่งได้ด้วย ถ้าหากเอาชนะได้ พวกเขาก็จะได้เลื่อนสถานะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว ก็หมายความว่าที่จริงแล้วงานประลองก็คือการแข่งขันจัดอันดับของแต่ละขุมอำนาจใหญ่นั่นเองสินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “น่าหลานเจี๋ยผู้นั้นดูท่าทางจะมีความสามารถอยู่จริงๆ นั่นแหละ”
“แน่นอนอยู่แล้ว เมื่อหนึ่งปีก่อนลือกันว่าเขาไปถึงระดับบรรพวิญญาณขั้นสี่แล้ว ตอนนี้ผ่านไปหนึ่งปีแล้ว พลังยุทธ์จะต้องก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็วแน่นอน” จวินหลินพูด “ถ้าหากรออีกสองปี ไม่แน่ว่าเขาอาจไปถึงระดับราชันไปวิญญาณก็เป็นได้นะ!”
“พี่โยวหลินก็ร้ายกาจมากเช่นเดียวกันนั่นแหละ!” ซือหม่าโยวหลานพูด “ข้าเชื่อว่าพี่โยวหลินจะต้องเอาชนะน่าหลานเจี๋ยผู้นั้นได้อย่างแน่นอน”
“อื้ม พี่ชา