ยคนงามผู้นั้นของเจ้าร้ายกาจมากจริงๆ แหละ” จวินหลินพูด “เมื่อครู่เขามิได้แสดงระดับขั้นออกมาเลย นอกจากนี้ยังดูเหมือนจะมิได้ใชัพลังอย่างเต็มที่อีกด้วย ข้ามองระดับขั้นของเขาไม่ออกเลย ช่างน่าประหลาดยิ่งนัก!”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเขาอย่างแปลกประหลาดแวบหนึ่งโดยไม่ได้พูดอะไร
พอเก็บซากจระเข้ขึ้นมาแล้วพวกเขาจึงมุ่งหน้าเดินลึกเข้าไป คนทั้งสามกลุ่มเสาะหากันอยู่หนึ่งวันก็ยังหาหญ้าจันทร์รำเพยและดอกกระบองเพชรอัสดงไม่พบเลย
แต่ทุกคนก็มิได้ย่อท้อ ของสิ่งนี้หาเจอง่ายๆ เสียที่ไหนกัน
ยามราตรี ซือหม่าโยวเย่ว์ฝึกเคล็ดหลอมวิญญาณอยู่บนยอดเขาตามลำพัง คนส่วนใหญ่ต่างพักผ่อนกันอยู่ที่เชิงเขา ทันใดนั้นเธอก็ลืมตาขึ้นแล้วเอ่ยว่า “พี่โยวหลิน มัวหลบอยู่หลังต้นไม้ทำไมกัน”
ซือหม่าโยวหลินออกมาจากหลังต้นไม้แล้วพูดว่า “เห็นเจ้าออกมาคนเดียว เลยกลัวว่าเจ้าจะเกิดอันตรายอะไรเข้าน่ะสิ”
“พวกผู้อาวุโสใหญ่ก็อยู่ข้างล่าง แล้วจะเกิดอันตรายอะไรได้เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางหันหน้ากลับมา
ซือหม่าโยวหลินเดินเข้าไปแล้วมองดูดวงจันทร์บนผืนฟ้าพลางเอ่ยว่า “ความสามารถในการรับสัมผัสของเจ้าช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก รู้ได้ด้วยว่าข้าอยู่ตรงนั้น”
“แค่พอถูไถน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ความสามารถในการเก็บซ่อนกลิ่นอายของเจ้าร้ายกาจเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากมิใช่เพราะมาพบข้าเข้า คนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางพบตัวเจ้าได้หรอก”
“นี่เจ้ากำลังชมข้าหรือกำลังชมตัวเองกันแน่!” ซื