อหม่าโยวหลินมาถึงข้างกายเธอแล้วนั่งลง ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ชมทั้งหมดนั่นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเครื่องหน้าเขาพลางเอ่ยว่า “คนผู้นี้ช่างหน้าตาน่ามองเสียจริง มิน่าเล่าถึงได้ถูกจวินหลินคิดว่าเป็นสตรีแล้วมาเกี้ยวพานเข้า”
ชมจันทร์กับบุรุษรูปงามคนหนึ่ง สถานการณ์เช่นนี้หากไม่มีสุราก็คงน่าเสียดายยิ่งนัก เธอจึงหยิบสุราออกมาสองไหแล้วส่งให้ซือหม่าโยวหลินไหหนึ่ง ทั้งสองชนไหสุรากันก่อนจะดื่มลงไป
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้ามีความสนใจใคร่รู้ในตัวเจ้ามาโดยตลอด” ซือหม่าโยวหลินหยิบไหสุราพลางมองซือหม่าโยวเย่ว์
“มีความสนใจใคร่รู้ในตัวข้าอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ส่งสัย
“ข้ารู้จักเจ้าตั้งแต่เมื่อสามปีก่อนแล้ว” ซือหม่าโยวหลินพูด “หลังจากโยวหลานกลับมาก็ได้เล่า เรื่องในตอนนั้นให้ข้าฟัง บอกว่านางหวาดหวั่นในตัวเจ้า ความรู้สึกต้องการปกป้องครอบครัวอันแรงกล้าของเจ้าทำให้จิตใจของนางมิอาจสงบลงได้อยู่นาน ข้าได้ฟังนางเล่าว่าตอนนั้นเจ้าดวลกับท่านปู่ข้า เพื่อให้ได้มาพร้อมกันกับพวกท่านปู่ของเจ้าด้วย ข้ารู้สึกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าถ้าหากเป็นคนครอบครัวเดียวกับเจ้าคงจะโชคดีเป็นแน่”
ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้รับคำ เพียงแค่ฟังเขาอย่างเงียบๆ เท่านั้น
“ความจริงแล้วผลอสรพิษทองคำคงอยู่ในมือเจ้าตั้งแต่ตอนนั้นแล้วกระมัง” ซือหม่าโยวหลินดูคล้ายกำลังตั้งคำถาม แต่ความจริงแล้วน้ำเสียงนั้นกลับค่อนข้างแน่ใจ
“เหตุใดเจ้าจึงคิดเช่นนี้เล่า”