ตว์อสูรเหนือเทพ จึงไม่มีใครกล้าไปตรวจสอบตื้นลึกหนาบางของเขาอีกแล้ว
เมื่อไม่มีแรงกดดันอันไร้รูปร่างแล้ว ทุกคนจึงค่อยผ่อนคลายร่างกายพลางถอนหายใจยาว
“โยวหลิน เจ้าให้คนมาเก็บกวาดที่นี่ที” ซือหม่าหลินออกคำสั่งกับซือหม่าโยวหลิน หลังจากนั้นจึงพูดกับซือหม่าเลี่ยว่า “ไปเถิด”
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นว่าเมื่อซือหม่าเลี่ยได้ยินเสียงของท่านบรรพชนผู้นั้นแล้วก็ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง จึงรู้ว่าเขาจะต้องอยากพบคนผู้นั้นมากอย่างแน่นอน จึงพยุงเขาแล้วเดินไปพลางเอ่ยถามว่า “ท่านปู่ ผู้ที่เอ่ยวาจาผู้นั้นคือใครกันหรือ”
“นั่นคือท่านปู่รองของข้า เป็นพี่ชายของท่านปู่ข้า ท่านดีกับพวกเราอย่างยิ่งมาโดยตลอด ตอนนั้นข้ายังเล็กอยู่ แต่ก็ยังจำที่เขาดูแลเอาใจใส่พวกเราได้” ซือหม่าเลี่ยเอ่ยระลึกความหลัง “ในตอนนั้นพวกเราถูกจับตัวแล้วดิ้นรนหลบหนี แต่กลับพบกับการซุ่มโจมตีเข้า ก็เป็นท่านปู่รองนี่แหละที่ช่วยพวกเราเอาไว้ ปล่อยพวกเราออกมา”
“หากเป็นเช่นนี้ก็นับว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณของพวกเราน่ะสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ท่านปู่รองไม่มีลูกหลาน ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีกับท่านปู่ของข้า ต่อมาเมื่อท่านปู่ข้าสิ้นลมไปแล้วก็เป็นท่านปู่รองที่คอยดูแลพวกเรามาโดยตลอด ถ้าหากไม่ใช่เพราะเขา ก็คงไม่มีพวกเราในวันนี้แล้ว ย่อมไม่มีทางอยู่มาจนท่านพ่อและท่านลุงท่านอาของข้าเติบใหญ่ขึ้นมาได้หรอก” ซือหม่าเลี่ยเอ่ยอย่างซึ้งใจ
“โยวเย่ว์ พวกเจ้าออกมาได้อย่างไรกัน