่มีปัญญาจ่าย จะอายเขาเสียเปล่าๆ” หั่วจือเจียวหัวเราะอย่างเย็นชา รอชมเรื่องน่าขันของพวกเขา
ในขณะนี้เอง เป่ยกงถังก็โบกมือเรียกพนักงานมาแล้วเอ่ยว่า “ที่นี่รับซื้อยาวิเศษหรือไม่”
“ขอรับ คุณหนูต้องการขายยาวิเศษหรือขอรับ” พนักงานเอ่ยถาม
“อืม เมื่อครู่คุณหนูตระกูลหั่วเตือนข้าว่าถ้าหากไม่มีเงิน พอถึงเวลาก็จะขายหน้าผู้อื่นเสียเปล่าๆ ก็เลยจะแลกเปลี่ยนของเป็นเงินสักหน่อยก่อนดีกว่า” เป่ยกงถังพูด
พวกซือหม่าโยวเย่ว์เห็นเป่ยกงถังทำเช่นนี้ ก็รู้ว่าคุณหนูใหญ่ผู้นี้โมโหเสียแล้ว จึงรอดูว่านางจะฉีกหน้าหั่วจือเจียวอย่างไร
“เช่นนั้นพวกเราขึ้นไปข้างบนกันดีกว่า เชิญคุณหนูตามข้ามาขอรับ” พนักงานพูด
“ได้สิ” เป่ยกงถังพยักหน้าแต่กลับไม่เดินไป
“อย่าเพิ่ง พวกเรายังไม่เคยเห็นผู้อื่นขายยาวิเศษว่าเป็นเช่นไรมาก่อนเลย!” ซือหม่าโยวอีพูด
“ก็ใช่ ถ้าหากเจ้ามียาวิเศษแค่เม็ดสองเม็ด ก็ไม่จำเป็นต้องไปหรอกนะ” ซือหม่าโยวเจ๋อก็เห็นด้วย
“เป่ยกง มิสู้เจ้าอยู่ที่นี่เสียดีกว่า พวกเราก็ขี้เกียจขึ้นไปแล้วล่ะ” เจ้าอ้วนชวีพูด “มิฉะนั้นผู้อื่นจะคิดว่าเจ้าทำไปเพื่อยาวิเศษเม็ดสองเม็ดจริงๆ นะ”
“คนกันเองอย่างพวกเจ้ายังพูดเช่นนี้ แล้วจะขึ้นไปทำไมกันเล่า!”
พวกเขาแน่ใจว่าพวกเป่ยกงถังเป็นพวกบ้านนอกคอกนา ในตัวจะต้องมียาวิเศษอยู่เพียงไม่กี่เม็ดเท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้พวกเขาอยู่ขายหน้าคนอื่นข้างล่าง
เป่ยกงถังมองทั้งสามปราดหนึ่งแล้วเอ่ยกับพนักงา