กข้าด้วยนะ!”
เจ้าไก่ฟ้าที่พิงหน้าต่างโดยไม่ส่งเสียงมาโดยตลอดมองคนบนเตียงปราดหนึ่งก่อนจะเบนสายตาไปยังถนนด้านนอก มองดูผู้คนสัญจรไปมา
เจ้าคนผู้นี้ ยามปกติคึกคักมีชีวิตชีวา ไม่เกรงกลัวฟ้าดิน คิดไม่ถึงว่าจะมาสิ้นท่าเพราะค่ายกลนำส่งเสียได้
ซือหม่าโยวเย่ว์หลับยาวจนถึงยามพลบค่ำ หลังจากตื่นขึ้นมาแล้วก็รู้สึกสบายขึ้นไม่น้อย อย่างน้อยก็ไม่รู้สึกว่าฟ้าดินหมุนติ้วอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกหงุดหงิดใจอยู่บ้าง ยากจะทนรับได้
“นอนจนข้าปวดหลังปวดเอวไปหมด เจ้าไก่ฟ้า เหตุใดพวกเขาจึงยังไม่กลับมาอีกเล่า”
เธอสะลึมสะลือตื่นขึ้นแล้วจึงพบว่าเจ้าไก่ฟ้าไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนเสียแล้ว
เธอเปิดประตูออกไปก็ได้ยินว่าชั้นล่างมีเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อีกทั้งยังมีเสียงก่นด่า จึงพิงราวบันไดแล้วมองลงไปดู ก็เห็นเจ้าอ้วนชวีถูกคนทำร้ายกลับมาจนใบหน้าบวมช้ำ เสี่ยวถูติดตามอยู่ด้านหลัง ดวงตาข้างหนึ่งเขียวช้ำกลายเป็นตาแพนด้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“เฮ้ย… พวกเจ้าออกไปวันเดียวก็กลายสภาพเป็นเช่นนี้เสียแล้วหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดยิ้มๆ “หรือว่าพวกเจ้ามิได้ออกไปซื้อข้าวของ แต่ไปปล้นบ้านชิงทรัพย์มากันแน่ เจ้าอ้วน รอยเขียวช้ำจ้ำม่วงบนใบหน้าเจ้านี่มันเรื่องอันใดกัน”
เจ้าอ้วนชวีถลึงตาใส่ซือหม่าโยวเย่ว์อย่างเศร้าสร้อย เจ้าคนผู้นี้เห็นอยู่ชัดๆ ว่าตนถูกทำร้ายมา ยังมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่นอยู่นั่นแหละ!
ทุกคนขึ้นมาชั้นบน ซือหม่าโยวเย่ว์มองดู