องหลินชวนเข้าพักแทน
ซือหม่าโยวเย่ว์เอนกายลงบนเตียง ตอนนี้เธอยังรู้สึกว่าฟ้าดินหมุนติ้วอยู่เลย
“เคยได้ยินเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน แต่ยังไม่เคยได้ยินว่าใครเมาค่ายกลนำส่งเหมือนเราเลย” เธอเอื้อมมือออกไปคว้าอากาศ หลังจากนั้นจึงปล่อยลงอย่างหมดเรี่ยวแรง
“โยวเย่ว์ พวกเราไปฟังมาได้ความว่าที่นี่อยู่ไม่ไกลจากเมืองอันหยางมากนัก คราวหน้าพวกเรานั่งสัตว์อสูรมีปีกไปกันก็ได้นะ” เป่ยกงถังดูแลซือหม่าโยวเย่ว์อยู่ในห้อง เมื่อเห็นเธอมีสภาพเช่นนี้จึงเอ่ยขึ้นอย่างเจ็บปวดใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเป่ยกงถังอย่างไร้เรี่ยวแรงพลางพูดว่า “ช่างเถิดน่า หากไปที่นั่นให้เร็วหน่อยก็จะได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อน”
นอกจากนี้ถ้าหากสิ้นเปลืองเวลาเดือนสองเดือนไปกับการเดินทาง ก็คงไม่คุ้มค่านัก
“เช่นนั้นเจ้าพักผ่อนให้ดีๆ เถิด พวกเจ้าอ้วนสนใจใคร่รู้ในเมืองหลินชวนยิ่งนัก พวกเราวางแผนว่าจะไปดูด้วยกันสักหน่อย” พอพูดจบนางก็ลุกขึ้นแล้วหยิบผ้าขนหนูบนหน้าผากซือหม่าโยวเย่ว์ ก่อนจะยกอ่างไม้ออกไป เหลือซือหม่าโยวเย่ว์เอาไว้ในห้องเพียงคนเดียว
“ปึง…”
เสียงปิดประตูทำให้เปลือกตาสั่นเทาของซือหม่าโยวเย่ว์ปิดลง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งพร้อมเสียงโอดครวญในใจว่า “เจ้าพวกแล้งน้ำใจ ปล่อยข้าทิ้งเอาไว้ที่นี่คนเดียว ส่วนตัวเองวิ่งแจ้นออกไปเที่ยวเล่น น่ารังเกียจเกินไปแล้ว! ไม่ได้การล่ะ ยังวิงเวียนอยู่เลย ข้าจะนอนสักครู่ เจ้าไก่ฟ้า หากพวกเขากลับมาแล้วเจ้าเรีย