ยู่”
“ไม่ว่าจะพูดอย่างไร พวกเราก็จะจัดการเรื่องราวให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปจากอาณาจักรจันทร์ประจิม” เป่ยกงถังพูด
“ไอ้หยา เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว กลับไปพักผ่อนก่อนดีกว่า” ซือหม่าโยวเย่ว์บิดขี้เกียจแล้วพูดกับซุนหรานหร่านว่า “ฮูหยิน พวกเราไม่อยู่รบกวนพวกท่านเก็บกวาดแล้วนะ”
“เอาละ พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนกันเถิด หากมีเรื่องอันใดข้าจะให้คนไปแจ้งพวกเจ้าเอง” ซุนหรานหร่านพูดด้วยรอยยิ้ม
ที่นางหมายถึงก็คือ ถ้าหากราชสำนักมาหาเรื่อง
พวกซือหม่าโยวเย่ว์กลับไปพักผ่อน เพิ่งมาถึงเรือนก็เห็นเสี่ยวถูวิ่งถลันเข้ามา
“พี่ชายพี่สาว พวกท่านไม่เป็นไรใช่หรือไม่” เสี่ยวถูพุ่งเข้าใส่อ้อมแขนของเป่ยกงถังแล้วเงยหน้าถาม
“พวกเราไม่เป็นเรา เจ้าตกใจกลัวบ้างหรือไม่” เป่ยกงถังลูบศีรษะเขา
“ไม่เลย ข้ารออยู่ในข่ายมนตร์ที่เจ้าคำรามน้อยติดตั้งเอาไว้ตลอด รู้ดีว่าคนข้างนอกทำร้ายข้ามิได้อยู่แล้ว” เสี่ยวถูพูด
ก่อนที่ซือหม่าโยวเย่ว์จะจากไปได้ให้เจ้าคำรามน้อยติดตั้งข่ายมนตร์ล้อมที่นี่เอาไว้ ซึ่งข่ายมนตร์สามารถป้องกันผลกระทบจากการต่อสู้ได้ เสี่ยวถูอยู่ภายในนั้นตลอด มองดูคนกลางอากาศต่อสู้กันอย่างดุเดือดโดยมิได้ก้าวออกไปเลยแม้แต่ก้าวเดียว
เขารู้ความอยู่เสมอ รู้ว่าภายนอกมีอันตรายจึงไม่ออกไป ไม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ที่คงจะวิ่งหนีออกไปเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรือความตกใจ
“เสี่ยวถู พักผ่อนให้มากหน่อยล่ะ อีกสองวันข้าจะเปิดทะลวงเส้นลมปราณครั