ว่าด้านนอกมีผู้คนมุงกันอยู่พอสมควร เมื่อเห็นพวกเขาก็มีบางคนแสดงสีหน้าย่ำแย่ ทำให้ในใจเธอรู้สึกสงสัยไม่น้อยเลย
“พวกเจ้าถอยไปให้หมด!” ไป๋อวิ๋นฉีถูกคนที่มุงอยู่ด้านนอกขวางทางจนมิอาจเข้าไปใกล้ห้องได้ จึงตะคอกใส่คนเหล่านั้น
“นายน้อย ท่านพาพวกเขามาทำไมเล่าขอรับ ท่านหัวหน้ากลุ่มต้องมาเป็นเช่นนี้ก็เพราะพวกเขานั่นแหละ!” มีคนพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
ฝีเท้าของพวกเว่ยจือฉีชะงักลง ได้รับบาดเจ็บเพราะพวกเขาอย่างนั้นหรือ นี่มันเรื่องอันใดกัน
“ไสหัวหลีกไปให้หมดแล้วทางให้ข้าเดี๋ยวนี้เลย!” ไป๋อวิ๋นฉีตะคอก
แต่คนเหล่านั้นต่างยังคงขวางทางอยู่เต็มลานบ้าน
“ให้พวกเขาเข้ามา!” ซุนหรานหร่านออกมาจากในห้องแล้วพูดขึ้น
เสียงของนางไม่ดังแต่กลับควบคุมผู้คนทั้งลานบ้านเอาไว้ได้ ทำให้พวกเขาแหวกทางให้อย่างรู้หน้าที่
“โยวเย่ว์ เร็วหน่อย” ไป๋อวิ๋นฉีดึงตัวนางผ่านลานบ้านมาจนถึงหน้าห้อง
“ฮูหยิน” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นซุนหรานหร่านสีหน้าซีดขาว คล้ายกับว่าถูกโจมตีมาไม่น้อย
“เข้ามาเถิด” ซุนหรานหร่านพยักหน้าให้เธอก่อนจะผลักประตูเข้าไป
ซือหม่าโยวเย่ว์ตามนางเข้าไป ยังไม่ทันเดินไปถึงในห้องก็ได้กลิ่นคาวเลือดอันเข้มข้นแล้ว
ไป๋หยวนฉุนเอนกายอยู่บนเตียง ลมหายใจออกมาก ลมหายใจเข้าน้อย
“ทั้งนักหลอมยาและท่านหมอล้วนบอกว่าหมดหนทางแล้วทั้งสิ้น อวิ๋นฉีบอกว่าเจ้ารู้วิชาแพทย์ ก็เลยอยากให้เจ้าลองมาดูสักหน่อย” เสียงของซุนหรานหร่านสั่นเครืออยู่บ้าง
ซือหม่าโ