วันต่อมา โรงอัปลักษณ์ก็ได้เปลี่ยนชื่อไปเรียบร้อยแล้ว คำว่าโรงอัปลักษณ์ถูกย่อจนเหลือขนาดเล็กนิดเดียวอยู่ด้านบน ส่วนด้านล่างนั้นมีตัวอักษรงดงามมีชีวิตชีวาเขียนเอาไว้สามคำว่า…หอเซวียนหยวน
ตอนที่ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินไป๋อวิ๋นฉีเอาเรื่องนี้มาเล่าราวกับเป็นเรื่องตลกก็นึกถึงหอเซวียนหยวนแห่งอาณาจักรตงเฉินขึ้นมาในทันที แอบคิดว่าทั้งสองแห่งนั้นมีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลย เธอจึงไม่ไปคิดถึงมัน หากแต่มุ่งความสนใจไปยังเสี่ยวถูแทน
เธอได้ทำการทลายเปิดเส้นลมปราณให้เสี่ยวถูไปสองครั้งแล้ว เสี่ยวถูบอกว่าตอนนี้เขารับสัมผัสปราณวิญญาณได้แล้ว เพียงแต่ยังมิอาจดูดซับเข้าสู่ร่างกายได้เท่านั้นเอง
ตอนนี้เธอไม่มีธุระอะไรในอาณาจักรจันทร์ประจิมแล้ว เพียงแค่รอให้เส้นลมปราณของเสี่ยวถูเปิดทั้งหมดก็ไปที่อาณาจักรอู๋กลางได้แล้ว
สามวันหลังจากงานประมูลเสร็จสิ้นลง เธอจึงทลายเปิดเส้นลมปราณให้เสี่ยวถูอีกครั้ง เสี่ยวถูหยิบยาวิเศษน้ำแข็งยะเยือกมา เมื่อนึกถึงว่ายาวิเศษชนิดนี้ขายได้กว่าสามหมื่นตำลึงทองตอนอยู่ที่งานประมูล ตนก็รู้สึกว่ามันช่างหนักอึ้งเหลือเกิน
มิใช่ยาวิเศษ แต่เป็นบุญคุณที่ซือหม่าโยวเย่ว์มีต่อเขาต่างหาก
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นเสี่ยวถูถือยาวิเศษค้างไว้ จึงดีดหน้าผากเขาเบาๆ หนึ่งครั้งแล้วพูดว่า “ยังไม่กินลงไปอีก มัวรีรออะไรอยู่เล่า”
เสี่ยวถูได้สติกลับมาแล้วกินยาวิเศษลงไป หลังจากนั้น