ากที่แก่นมารสัตว์อสูรเทพของโอวหยางเฟยออกมาแล้วก็ก่อให้เกิดความโกลาหลขึ้นไม่น้อย แม้กระทั่งสมาคมนักหลอมวัตถุและสมาคมนักหลอมยาก็ยังร่วมเสนอราคาด้วย ในท้ายที่สุดแก่นมารสัตว์อสูรเทพที่เดิมมีราคาเพียงไม่กี่พันก็ถูกประมูลไปในราคาสามหมื่นตำลึงทอง
ตำลึงทองจากการประมูลถูกส่งมาถึงยังห้องส่วนตัวอย่างรวดเร็ว เจ้าอ้วนชวีเห็นโอวหยางเฟยรับตำลึงทองมาอย่างสงบเช่นนั้นจึงเอ่ยอย่างอิจฉาว่า “ถ้ารู้ก่อนข้าก็คงหยิบเอาแก่นมารสัตว์อสูรเทพออกมาประมูลด้วยแล้วล่ะ”
“รู้อะไรก็ไม่สู้รู้ก่อนหรอกนะ เข้าใจหรือไม่” เว่ยจือฉีพูดยิ้มๆ
“แต่งานประมูลนี้ช่างน่าสนใจจริงๆ นะ มีหมดทุกสิ่งทุกอย่าง นอกจากนี้ยังได้ราคาสูงกว่าไปขายข้างนอกด้วย” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ตอนนี้เจ้าเป็นผู้ขาย ดังนั้นเจ้าย่อมต้องหวังว่าราคาจะสูงสักหน่อย แต่ถ้าหากเจ้าได้เจอของที่เจ้าอยากซื้อ เจ้าก็คงจะไม่รู้สึกดีสักเท่าไหร่นักหรอกนะ” เป่ยกงถังพูด
“จะว่าไปก็ใช่” เจ้าอ้วนชวีพยักหน้า
ยิ่งมาถึงช่วงท้ายๆ ราคาสิ่งของก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น คนที่อยู่ชั้นล่างโดยทั่วไปล้วนกลายเป็นผู้ชมกันหมดแล้ว ผู้เสนอราคาหลักกลายเป็นคนบนชั้นสองและชั้นสามแทน
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่รู้สึกสนใจในสิ่งของเหล่านี้แต่อย่างใด เธออยู่ในห้องมองดูผู้คนเบื้องล่างเสนอราคาแล้วรู้สึกเบื่อหน่ายบ้างเป็นบางที จึงเรียกราคาไปด้วยสองสามครั้ง แต่เมื่อเธอพบว่าสิ่งของใดที่เธอเสนอราคามากกว่าสามครั้งขึ้นไป คนเหล่านั้นก