จ พวกเขาจะต้องมีความคิดเป็นของตัวเองอย่างแน่นอน จึงมิได้พูดอะไรอีก
พอกลับมาถึงห้องของตัวเอง ซือหม่าโยวเย่ว์ก็วางรายการเอาไว้บนโต๊ะอย่างส่งๆ ก่อนจะถอดรองเท้าแล้วเอนตัวลงบนเตียง
หมัวซาออกมาจากสร้อยข้อมือม่านถัวแล้วก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้นบนโต๊ะ
“เหตุใดท่านจึงออกมาเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์เอนกาย มือขวาหนุนศีรษะเอาไว้พลางมองเขาแล้วถามขึ้น
หมัวซาโบกมือ รายการนั้นก็เปิดออก รายการยาวเหยียดปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
“ทำไม ท่านรู้สึกสนใจสิ่งของในงานประมูลนี้ด้วยอย่างนั้นหรือ”
“ซื้อของให้ข้าสองอย่างสิ” หมัวซาพูด
“ถูกใจสิ่งใดเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ลูกปัดแก้วผลึกกับศิลาทมิฬ” หมัวซาชี้ของสองสิ่งในนั้น
ซือหม่าโยวเย่ว์ตกใจเสียจนมือแทบจะรองศีรษะเอาไว้ไม่อยู่ เธอลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งเท้าเปล่าเข้ามาก่อนจะเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ ลูกปัดแก้วผลึกนี่เป็นสมบัติล้ำค่า ราคาขั้นต่ำกว่าหนึ่งหมื่นตำลึงทอง ข้ามิได้มีเป็นแสนๆ ตำลึงทองหรอกนะ แล้วข้าจะช่วยซื้อให้ท่านได้อย่างไรกัน!”
“เจ้าไม่มีเงินหรือ” หมัวซาขมวดคิ้ว
“ท่านเห็นข้ามีเงินตั้งแต่เมื่อใดกัน สิ่งของของพวกเราก็หยิบมาจากในเจดีย์วิญญาณกันทั้งนั้น ตอนนี้ทั้งบ้านข้าก็มีอยู่แค่หนึ่งพันตำลึงทองเท่านั้นแหละ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “แล้วศิลาทมิฬที่ท่านว่าคือสิ่งใดกัน”
หมัวซาชี้ไปยังก้อนหินที่มีเพียงรูปภาพแต่ไม่มีชื่อที่ด้านล่างนั้น
“ของสิ่งนี้ราคาขั้นต่ำเพียงสองร้อยตำลึงทอง พอจะซื้อสิ่ง