นี้ได้อยู่ แต่ลูกปัดแก้วผลึกนี้คงคว้ามาไม่ได้หรอกนะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางมองเขาปราดหนึ่ง
“เจ้าคิดหาวิธีเสียสิ ข้าจะต้องได้ลูกปัดแก้วผลึกมาให้จงได้” หมัวซาพูด
“ลูกปัดแก้วผลึกนี้มีประโยชน์อันใดกัน ท่านจึงได้ชอบพอมันถึงเพียงนี้” ซือหม่าโยวเย่ว์ถามอย่างใคร่รู้
“เดิมทีของสิ่งนี้ก็เป็นของข้าอยู่แล้ว” หมัวซาพูด “ไม่ว่าจะต้องจ่ายราคาเท่าใด ก็ต้องเอามันมาให้จงได้”
ซือหม่าโยวเย่ว์เบ้ปากแล้วพูดว่า “พูดมันก็ง่ายอยู่หรอก แต่นี่คือสมบัติชิ้นเอกของงานประมูลครั้งนี้เลยทีเดียว แล้วข้าจะไปสู้กับคนของตระกูลใหญ่พวกนั้นได้อย่างไรกัน!”
“คิดหาวิธีเสียสิ” พอพูดจบเขาก็แปลงกายเป็นควันสีดำหายกลับเข้าไปในสร้อยข้อมือม่านถัว
“ท่าน…เจ้าคนผู้นี้นี่!” ซือหม่าโยวเย่ว์กระทืบเท้าก่อนจะเดินไปข้างเตียงแล้วทิ้งตัวลงพลางเอ่ยว่า “จริงๆ เลย แล้วจะให้พวกเราคิดหาวิธีกันอย่างไรเล่า!”
หลังจากอาละวาดอยู่บนเตียงพักหนึ่ง ซือหม่าโยวเย่ว์จึงไปเรียกโอวหยางเฟยและเป่ยกงถังเข้ามา
“มีอะไรหรือ” เป่ยกงถังถาม
“ข้ามีเรื่องอยากให้พวกเจ้าสองคนช่วยหน่อยน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดพลางวิ่งออกไปเปิดกลอนประตู หลังจากนั้นจึงพาคนทั้งสองเข้ามาในเจดีย์วิญญาณ
“มีเรื่องอันใดหรือ ถึงได้เข้ามาที่นี่” โอวหยางเฟยมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วรู้สึกว่าเหตุใดเจ้าคนผู้นี้จึงดูผิดปกติอยู่บ้างเล่า
“ข้าถูกใจของอย่างหนึ่ง อยากจะประมูลมาให้ได้ แต่ต้องการเงิน ดังนั้นจึงอยากใ