ห้พวกเจ้าทั้งสองช่วยข้าหลอมยาวิเศษสักระยะหนึ่ง ให้ข้าเอาออกไปขายแลกเงิน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“เจ้าถูกใจสิ่งใดหรือ”
“ลูกปัดแก้วผลึก”
“หา…”
“ลูกปัดแก้วผลึกราคาหมื่นห้าน่ะนะ!”
โอวหยางเฟยและเป่ยกงถังตกใจเพราะคำพูดนี้ของเธอไม่น้อย จึงเอ่ยว่า “ลูกปัดแก้วผลึกนั่นราคาหมื่นห้า ทั้งยังเป็นสิ่งล้ำค่าที่ทุกคนอยากได้ กลัวแต่ว่าหากมิใช่ราคาหลายแสน จะไม่ได้มันมาน่ะสิ”
“ถูกต้อง ดังนั้นข้าจึงบอกว่าข้าต้องคิดหาหนทางทำเงินอย่างไรเล่า!” หัวใจซือหม่าโยวเย่ว์หลั่งโลหิต ร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา
“ที่ข้านี่ยังพอมีเงินอยู่เล็กน้อย เจ้าเก็บรวบรวมเอาไว้ก่อนสิ” โอวหยางเฟยหยิบบัตรใบหนึ่งออกมาแล้วส่งให้กับซือหม่าโยวเย่ว์
นี่คือบัตรแลกเงินที่ใช้กันทั่วไปในดินแดนอี้หลิน ในบัตรแต่ละใบจะมีตำลึงทองที่แน่นอนอยู่
“บัตรเขียวหรือ! นี่มันบัตรที่ต้องมีหนึ่งแสนตำลึงทองจึงจะใช้ได้นี่!” ซือหม่าโยวเย่ว์มองโอวหยางเฟยอย่างตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นด้วย!
ไม่ใช่สิ ยิ่งกว่าผู้ทรงอำนาจท้องถิ่นเสียอีก
เป่ยกงถังมองบัตรเขียวแล้วเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมั่งมีถึงเพียงนี้!”
โอวหยางเฟยมิได้แสดงท่าทีต่อปฏิกิริยาของสหายทั้งสอง เขายัดบัตรใส่อุ้งมือซือหม่าโยวเย่ว์แล้วพูดว่า “เอาไปใช้ก่อนเถิดน่า”
“แล้วถ้าเจ้าได้เจอของที่เจ้าอยากซื้อ จะทำเช่นไรเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
โอวหยางเฟยส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าเห็นของพวกนั้นหมดแล้ว ไม่