นของท่าน ว่ากันว่าผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด…” เจ้าคำรามน้อยพูดมาถึงสุดท้าย น้ำเสียงก็เบาลงเรื่อยๆ
“ในเมื่อเจ้าเผาขนนกของข้า เช่นนั้นข้าเผาเจ้าบ้างก็แล้วกัน!” เสียงของสัตว์อสูรเหนือเทพเบาบางอย่างยิ่ง แต่กลับทำให้ผู้คนเบื้องล่างสัมผัสได้ถึงแววอาฆาตอันเยียบเย็น
เจ้าคำรามน้อยเห็นว่าเขาดูไม่เหมือนพูดปด จึงโยนขนนกในมือทิ้งแล้วพุ่งทะยานไปหาซือหม่าโยวเย่ว์
“เย่ว์เย่ว์ ช่วยข้าด้วย!”
ซือหม่าโยวเย่ว์อดคิดอยากกลอกตาใส่มิได้ อีกฝ่ายเป็นถึงสัตว์อสูรเหนือเทพ เธอสู้ไม่ได้แม้กระทั่งนิ้วมือข้างเดียวของเขา มาร้องขอให้เธอช่วยชีวิตจะมีประโยชน์อันใดกันเล่า!
เปลวเพลิงกองหนึ่งปรากฏขึ้นในอุ้งมือของสัตว์อสูรเหนือเทพ เขาโบกเบาๆ เปลวเพลิงนั้นก็ลอยไปหาเจ้าคำรามน้อย
เจ้าคำรามน้อยรู้สึกว่ามีความร้อนแผ่เข้ามาใกล้จากด้านหลัง มันหันหน้าไปมอง เปลวเพลิงกองหนึ่งกำลังพุ่งเข้ามาหามันเสียงดังพึ่บพั่บ ทำเอามันตกใจเสียจนรีบเลี้ยวโค้งเปลี่ยนทิศทางไปจากเดิม
คิดไม่ถึงว่าเปลวเพลิงนั้นดูเหมือนจะตรึงเป้าหมายไว้ที่เจ้าคำรามน้อยแล้ว จึงเลี้ยวโค้งไปด้วย ตามติดมันต่อไป
“แม่เจ้าโว้ย! เจ้านี่มันยังเลี้ยวตามมาได้ด้วย” เจ้าคำรามน้อยตกใจแล้วรีบเลี้ยวไปอีกทางหนึ่งเพื่อหลบเลี่ยงเปลวเพลิงนั้น
เห็นได้ชัดว่าเป็นช่วงเวลาที่แสนอันตราย แต่ผู้คนด้านล่างกลับรู้สึกเหมือนกำลังดูการแสดง โดยเฉพาะเมื่อเจ้าคำรามน้อยวิ่งไปพลาง ร้องโวยวายไปพลาง บวกกับร่างกายน่า