มไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใดเลย
ทุกคนตกใจกับการที่เธอรับมือกับเปลวเพลิงของสัตว์อสูรเหนือเทพตรงๆ เป็นอย่างยิ่ง ย่อมไม่มีผู้ใดคิดว่าเธอจะทำให้เปลวเพลิงสลายไปได้อยู่แล้ว
แต่เปลวเพลิงของสัตว์อสูรเหนือเทพก็สลายตัวไปเพราะเปลวเพลิงของเธอจริงๆ
สัตว์อสูรเหนือเทพเห็นซือหม่าโยวเย่ว์สลายเปลวเพลิงของตน เพลิงโทสะในใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น แล้วขว้างเปลวเพลิงอีกหลายกองออกมาอย่างรวดเร็ว
“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว”
ซือหม่าโยวเย่ว์ใช้เปลวเพลิงล้อมมือของตนเอาไว้แล้วชกให้เปลวเพลิงของสัตว์อสูรเหนือเทพสลายตัวไปทีละหมัดๆ
“พรึ่บ…”
“เปลวเพลิงของโยวเย่ว์น่าหวาดหวั่นถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน”
“ข้าสัมผัสถึงอุณหภูมิอันน่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าได้ในเปลวเพลิงของนาง”
“ถึงกับสลายเปลวเพลิงของสัตว์อสูรเหนือเทพได้ ที่แท้เจ้าคนผู้นี้มีความเป็นมาเช่นไรกันแน่!”
พวกเว่ยจือฉีทั้งสี่คนประสานสายตากันปราดหนึ่ง พวกเขาก็ไม่รู้เช่นกันว่าเปลวเพลิงของซือหม่าโยวเย่ว์จะน่าพรั่นพรึงถึงเพียงนี้
“นี่มิใช่เปลวเพลิงที่นางใช้ในยามปกติ” เป่ยกงถังพูดด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
เปลวเพลิงปกติที่เธอใช้ ถ้าไม่ใช่ตนใช้ปราณวิญญาณควบรวมขึ้นมาเอง ก็เป็นเปลวเพลิงของย่ากวง แต่ที่ใช้ในวันนี้ย่อมมิใช่สิ่งที่เธอเคยใช้มาก่อนอย่างแน่นอน
“เย่ว์เย่ว์ เยี่ยมไปเลย!” เจ้าคำรามน้อยพูดอย่างตื่นเต้นอยู่บนบ่าของซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์หันมาถลึงตาใส่มัน มันจึงรีบสงบปากสงบคำ
แววตาขอ