“เปรี้ยง…”
ถึงแม้ว่าจะยืนอยู่บนกำแพงเมืองแต่ทุกคนก็ยังสัมผัสได้ถึงพลังที่แฝงอยู่ในสายฟ้านั้น
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าสัตว์อสูรเหนือเทพนั่นจะใช้สิ่งใดมาหลบเลี่ยงจากสายฟ้าอยู่นั้นเอง เงาร่างมนุษย์สายหนึ่งก็กระโจนขึ้นมาจากยอดเขาแล้วเผชิญหน้ากับสายฟ้านั้นโดยตรง
“ปึง…”
ท่อนแขนของเงาร่างมนุษย์นั้นปะทะเข้ากับสายฟ้าตรงๆ ผู้คนไม่น้อยพากันหลับตาแน่น
เจ้าอ้วนชวีลืมตาขึ้นมองเงาร่างมนุษย์นั้นแล้วก็ตีปากเสียงดังพลางกลืนน้ำลายอย่างแรงก่อนจะพูดว่า “คนผู้นั้นก็คือสัตว์อสูรเหนือเทพที่จำแลงกายมาอย่างนั้นหรือ”
“ใช่ ข้ายังสัมผัสกลิ่นอายของสัตว์อสูรวิเศษบนร่างเขาได้อยู่เลย” เจ้าคำรามน้อยพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์ยื่นมือมาเขกหัวเจ้าคำรามน้อย “เจ้าจมูกสุนัข ไกลถึงเพียงนี้ก็ยังได้กลิ่นอีกนะ”
“ประสาทรับกลิ่นของข้าเฉียบแหลมยิ่งกว่าสุนัขพวกนั้นเสียอีก!” เจ้าคำรามน้อยพร่ำบ่นอย่างไม่พอใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเทือกเขาสั่วเฟยย่าด้วยความหวั่นใจไม่น้อย ต้านรับสายฟ้าตรงๆ เช่นนี้ได้ พลังยุทธ์ของสัตว์อสูรเหนือเทพนั่นต้องแข็งแกร่งเพียงใดกัน!
ไม่นานนักอสนีบาตรอบที่สองก็ฟาดลงมาอีกครั้ง แฝงไว้ด้วยพลังที่แข็งแกร่งกว่ารอบแรกอยู่เล็กน้อย
สัตว์อสูรเหนือเทพนั้นเลือกที่จะยืนหยัดอีกครั้งแล้วยื่นมือออกไปบดขยี้อสนีบาตนั้น
“เหลือเชื่อยิ่งนัก เจ้านี่ช่างแข็งแกร่งเกินไปแล้ว ถ้าหากปะทะกับเขาก็คงไม่มีทางรอดอย่างแน่นอน!” เจ้าอ้วนชวียกสองมือทาบอก กลัวเ