หลือเกินว่าหัวใจของตนจะหลุดออกมาจากทรวงอกเสียแล้ว
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด เมื่อเห็นสัตว์อสูรเหนือเทพตนนี้เผชิญภัยแล้วซือหม่าโยวเย่ว์จึงนึกไปถึงสัตว์อสูรในร่างมนุษย์ที่อยู่กับอูหลิงอวี่ในตอนนั้นขึ้นมา
มันก็เผชิญกับกัลป์สายฟ้าเช่นนี้เหมือนกันหรือ
เธอสะบัดหัว เหตุใดจู่ๆ จึงนึกถึงคนผู้นั้นขึ้นมาได้เล่า!
หลังจากอสนีบาตรอบที่สองฟาดลงมาได้ไม่นาน รอบที่สามก็ฟาดตามลงมา
สัตว์อสูรเหนือเทพต้านรับอสนีบาตทั้งสามสายแรกตรงๆ ถึงแม้ว่าพลังยุทธ์ของเขาจะไม่อ่อนแอ แต่ก็ถูกทำร้ายไปไม่เบาเลย
อสนีบาตสามสายผ่านไป เมฆครึ้มนั้นก็ยังไม่มีวี่แววของการสลายตัวเลย แต่กลับก่อตัวหนาทึบขึ้นเรื่อยๆ อยู่กลางอากาศ
เจ้าคำรามน้อยหรี่ตาทั้งสองลงพลางเอ่ยว่า “สายโลหิตของสัตว์อสูรเหนือเทพที่กำลังจำแลงกายตนนั้นไม่ต่ำต้อยเลยนะ!”
“เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน” เจ้าอ้วนชวีถาม
“ถึงแม้ว่าสัตว์อสูรจำแลงทุกตนจะประสบกับกัลป์สายฟ้าเช่นนี้ทั้งหมด แต่ความจริงแล้วก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ยิ่งสายโลหิตสูงส่ง กัลป์สายฟ้าจำแลงกายก็ยิ่งแข็งแกร่ง อสนีบาตสามสายแรกก็มิได้อ่อนแอเลย เหนือกว่าอสนีบาตรอบหลังๆ ของสัตว์อสูรเหนือเทพทั่วไปแล้ว แต่ชั้นเมฆนั่นยังหนาทึบมากขึ้นอีก แสดงว่าอสนีบาตต่อจากนี้จะยิ่งใหญ่ขึ้นอีก” เจ้าคำรามน้อยพูดอธิบาย “อยากรู้แก่นแท้ของสัตว์อสูรจำแลงตนนั้นเสียจริง!”
“ข้าเองก็อยากรู้มากเช่นกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“แต่ข้าหวังให้มันไม่มีความเ