กี่ยวข้องกับการปฏิวัติสัตว์อสูรในครั้งนี้มากกว่านะ มิฉะนั้นก็อันตรายเสียแล้วล่ะ” เว่ยจือฉีพูด
“มาคิดเรื่องนี้ตอนนี้ก็ไม่มีความหมายอะไรแล้วล่ะ” โอวหยางเฟยกอดกระบี่ของเขาพลางทอดสายตามองไกลออกไปแล้วเอ่ยว่า “ไม่ว่าจะเป็นเช่นไร ตอนนี้พวกเราอยู่ที่นี่ ด้านนอกมีสัตว์อสูรวิเศษมากมายถึงเพียงนี้ แม้ว่าอยากจะถอนตัวก็ทำไม่ได้แล้วล่ะ”
“อืม ดูเอาเถิด เป็นโชคมิใช่เคราะห์ ถึงเป็นเคราะห์ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี” เป่ยกงถังพูด
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมฆเคราะห์ก็มีอสนีบาตฟาดลงมาอีกสายหนึ่ง
อสนีบาตในครั้งนี้รุนแรงยิ่งกว่าก่อนหน้านี้ จนถึงขนาดที่ทุกคนรู้สึกว่าในขณะที่สายฟ้าฟาดลงมานั้นทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือนไปทั่ว
“ทั้งหมดมีอสนีบาตกี่สายหรือ”
“เก้าสาย อสนีบาตสามสายนับเป็นหนึ่งกัลป์เล็กที่มีพลังไม่แตกต่างกันมากนัก แต่พลังของทั้งสามกัลป์เล็กนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ” เจ้าคำรามน้อยพูด “พลังของสัตว์อสูรเหนือเทพตนนี้ต้านรับอสนีบาตหกสายแรกได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ก็ไม่รู้ว่าเขาจะรอดจากอสนีบาตสามสายสุดท้ายไปได้หรือไม่ คนมากมายล้วนถูกอสนีบาตสามสายสุดท้ายฟาดใส่จนวอดวายกลายเป็นเถ้าถ่าน”
เมื่อได้ยินเจ้าคำรามน้อยพูดเช่นนี้ หัวใจของพวกเขาก็ลอยคว้าง อสนีบาตสายแรกๆ ก็ร้ายกาจถึงเพียงนี้แล้ว ไม่รู้ว่าสามสายสุดท้ายจะเป็นเช่นไรบ้าง
หลังจากบดขยี้อสนีบาตไปห้าสายแล้ว สัตว์อสูรเหนือเทพตนนั้นก็เลือกที่จะยอมรับการชำระล้างของกัลป์สายฟ้า ให้อส