้ทุกคนพรั่นพรึงกันเป็นอย่างยิ่ง ทั้งพลังตามธรรมชาติ และพลังของสัตว์อสูรเหนือเทพ ต่างทำให้ความกลัวยังลอยวนเวียนอยู่ในใจของพวกเขา ราวกับอสนีบาตยังคงก้องสะท้อนอยู่ในหูของพวกเขา คล้ายกับว่าท้องฟ้าเหนือศีรษะพร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
พร้อมกันนั้นทุกคนยังกังวลอยู่ในใจว่าถ้าหากการปฏิวัติสัตว์อสูรในครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์อสูรจำแลง นี่ก็คือภัยพิบัติของเมืองไตรวารีเสียแล้ว!
“พี่เหล่ย ตอนนี้พวกเราจะทำเช่นไรกันดีเล่า” ซุนลี่ลี่มองวังเหล่ยอย่างเป็นกังวล
วังเหล่ยมองสัตว์อสูรวิเศษเบื้องล่างแล้วพูดว่า “ไม่ว่าอย่างไรข้าก็เป็นถึงเจ้าเมืองไตรวารี ย่อมต้องอยู่กับเมืองไตรวารีอยู่แล้ว สำหรับคนอื่นๆ เด็ก และสตรี ล้วนอพยพไปกันหมดแล้ว ส่วนปรมาจารย์วิญญาณเหล่านั้น ถ้าพวกเขาอยากไปก็ให้ไปเสีย ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไรก็ขึ้นอยู่กับเบื้องบนแล้วล่ะ”
เมื่อได้ยินว่าให้จากไปได้ ปรมาจารย์วิญญาณจำนวนไม่น้อยก็ร่นถอยไปจากบนกำแพงเมือง
แต่พวกเขายังมิทันบินไปได้ไกลสักเท่าใดนักก็ถูกแรงกดดันจากด้านหลังทำให้ร่วงหล่นลงสู่พื้นกันหมด
“มาแล้ว…”
คนบนกำแพงเมืองเห็นเงาร่างมนุษย์สายหนึ่งบุกมาจากเทือกเขาสั่วเฟยย่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งเงาร่างสายนั้นก็คือสัตว์อสูรเหนือเทพตนนั้นนั่นเอง…
…………………………………….