ลงกายเป็นมนุษย์ก็จำเป็นต้องผ่านการชำระล้างของอสนีบาตเสียก่อน ซึ่งก็คือการถูกสายฟ้าฟาดหลายๆ ครั้ง ถ้าหากทนไหวจึงจะจำแลงกายกลายเป็นมนุษย์ได้”
“แล้วถ้าหากทนไม่ไหวเล่า” เจ้าอ้วนชวีถาม
“ถ้าหากทนไม่ไหวก็จะวอดวายกลายเป็นเถ้าถ่าน”
“เฮือก…”
เจ้าอ้วนชวีตกใจจนสะดุ้งเพราะจุดจบอันสุดโต่งนี้แล้วมองไปทางเมฆครึ้มที่หนาขึ้นเรื่อยๆ นั้นพลางถามว่า “สัตว์อสูรเหนือเทพทุกตนต้องประสบกับเรื่องเช่นนี้ทั้งหมดเลยหรือ”
เจ้าคำรามน้อยกลอกตาใส่เจ้าอ้วนชวีแล้วพูดว่า “ต้องไม่ใช่แน่นอนอยู่แล้วสิ มีเพียงแค่ตนที่อยากจะจำแลงกายเป็นมนุษย์เท่านั้นจึงต้องประสบกับกัลป์สายฟ้าพรรค์นี้ ตนที่สำเร็จเป็นสัตว์อสูรจำแลงจะเลือกได้ด้วยตัวเอง ถ้าหากไม่อยากเปลี่ยนเป็นมนุษย์ก็ไม่ต้อง ยามที่สัตว์อสูรเหนือเทพจำแลงกายเป็นมนุษย์นั้นอาจไปขยับถูกวิถีสวรรค์เข้า ก่อให้เกิดกัลป์สายฟ้าจำแลงกายขึ้นมา”
“เช่นนั้นเพียงแค่ไม่อยากแปลงเป็นมนุษย์ ก็ไม่ต้องประสบกับสิ่งนี้แล้วสิ เช่นนั้นเหตุใดสัตว์อสูรเหนือเทพเหล่านั้นจึงยังเลือกทางนี้อยู่เล่า” เว่ยจือฉีไม่เข้าใจ
“เมื่อใดที่สัตว์อสูรวิเศษจำแลงกายได้สำเร็จ เช่นนั้นมันก็จะได้เสพสุขกับความรุ่งโรจน์อันสูงสุดในโลกสัตว์อสูรวิเศษ นอกจากนี้การบำเพ็ญด้วยร่างมนุษย์ก็ง่ายกว่าร่างสัตว์อสูรอยู่มากพอสมควร ดังนั้นสัตว์อสูรเหนือเทพจำนวนมากจึงรู้สึกว่าเมื่อโอกาสมาถึงแล้วก็จะเลือกการจำแลงกาย แน่นอนว่าต้องมีพวกที่เลือกจะไม