ึๆ คอยดูว่าถึงเวลาแล้วท่านจะยังพูดเช่นนี้ได้อยู่อีกหรือไม่” เจ้าอ้วนชวีพูดจบแล้วเขาจึงมองไปทางซือหม่าโยวเย่ว์และเป่ยกงถังอย่างมีความหวัง
ซือหม่าโยวเย่ว์เตะเขาแล้วเอ่ยว่า “ถ้าเจ้าอยากกินก็ไปทำเอาเองสิ ไม่ต้องมาหาพวกเราเลย”
“มือคู่นี้ของข้าทำเป็นแต่การตีเหล็กเท่านั้น จะไปทำของอร่อยกินได้อย่างไรกัน! เป่ยกง เจ้าว่าใช่หรือไม่”
“ข้าไม่เห็นได้ยินอะไรเลย” เป่ยกงถังยิ้มพลางหันหน้าไปอีกทาง
“โยวเย่ว์ พวกเจ้าไม่ได้ทำของกินมาเดือนหนึ่งแล้วนะ ตอนนี้มีเวลาว่างที่หาไม่ได้ง่ายๆ ทั้งที ก็ทำสักหน่อยเถิดน่า” เจ้าอ้วนชวีพูดขอร้อง “เจ้าดูสิ ช่วงนี้ข้าผอมลงไปเยอะเลยนะ ไขมันบนหน้าท้องก็ไม่มีแล้ว”
“พรืด…”
“เอาแต่กินนั่นแหละ!” ซือหม่าโยวเย่ว์ถลึงตาใส่เจ้าอ้วนชวี เอาเถิด ในตอนนี้มิอาจเรียกเขาว่าเจ้าอ้วนได้อีกแล้ว
ปากก็พูดไปอย่างนั้น แต่ซือหม่าโยวเย่ว์ก็ยังหยิบข้าวของออกมาเตรียมทำอาหาร
คืนนี้มีคนอยู่มาก เธอจึงวางแผนจะทำเนื้อย่าง และให้ทุกคนช่วยกันลงมือ
สัตว์อสูรวิเศษที่นำมากินล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาฆ่ามาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ยังได้เจ้าวิญญาณน้อยช่วยจัดการให้พวกเขาเป็นอย่างดี เฉือนไว้ให้เป็นแผ่นเรียบร้อยแล้ว
“นี่จะทำเนื้อย่างหรือ” ไป๋อวิ๋นฉีเห็นข้าวของของพวกซือหม่าโยวเย่ว์แล้วถามขึ้น
“ถูกต้อง เนื้อย่างที่โยวเย่ว์ทำนั้นอร่อยยิ่งนัก” เจ้าอ้วนชวีก้มตัวอยู่ข้างกายไป๋อวิ๋นฉีพลางมองเนื้อสดเหล่านั้นราวกับมองเห็นอาหารรสเ