มต้นหลอมวัตถุแล้วก็ราวกับเปลี่ยนวิญญาณเลยทีเดียว กลายเป็นสงบนิ่ง จิตใจละเอียดอ่อน และสำเร็จเป็นนักหลอมวัตถุได้จริงๆ
ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะยังหลอมอาวุธวิญญาณระดับสูงออกมามิได้ แต่ยังพอหลอมตะแกรงย่างเนื้อได้
ตอนแรกไป๋อวิ๋นฉียังหัวเราะเยาะเจ้าอ้วนชวี แต่พอได้กินเนื้อย่างที่ซือหม่าโยวเย่ว์ทำก็มิอาจหยุดได้เสียแล้ว
เมื่อเห็นว่ามีคนมากินกันมากมายเช่นนั้น จึงให้พวกเขาเขยิบไปด้านข้างแล้วใช้ตะแกรงย่างเนื้อที่ซือหม่าโยวเย่ว์เตรียมให้ย่างกินกันเอง
คนเหล่านั้นจึงต้องจำใจลงมือทำเอง
ในตอนแรกพวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็สอนคนเหล่านั้น แต่หลังจากที่พวกเขาลงมือกันเองแล้วก็ไม่ยุ่งกับพวกเขาอีก พอเธอกับเป่ยกงถังย่างได้จำนวนเล็กน้อยแล้วจึงพากันไปกินที่อีกด้านหนึ่ง
ไป๋อวิ๋นฉีเข้ามาหยิบกินอีกสองไม้ หลังจากนั้นจึงเอนตัวลงไปบนพื้นดินด้านหลังอย่างสบายใจพลางตบพุงตัวเองแล้วพูดว่า “โอ้ ไม่ได้กินอะไรมากมายเช่นนี้มาเนิ่นนานแล้ว”
เจ้าอ้วนชวีนั่งลงข้างกายเขาแล้วพูดว่า “เป็นอย่างไรบ้าง พอใช้ได้กระมัง”
“ยิ่งกว่าพอใช้ได้เสียอีก!” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “นี่คือเนื้อย่างที่อร่อยที่สุดที่ข้าเคยกินมาในชีวิตนี้เลย”
เมื่อดื่มกินกันจนอิ่มหนำแล้ว คนของกลุ่มทหารรับจ้างจึงแยกย้ายกลับไปพักผ่อน เพราะพื้นที่มีจำกัด ดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงเบียดกันอยู่ภายในกระโจมหลังเดียว
ซือหม่าโยวเย่ว์กับเป่ยกงถังเก็บกวาดทำความสะอาดแล้วจึงแยกย้ายกันไปพักผ่อน
บางทีเนื