ามีอะไรรออยู่อีกมากมาย ในเมื่อออกมาแล้ว ก็ต้องมองไปข้างหน้าแล้วล่ะ”
“อื้อๆ” เชียนอินพยักหน้าน้อยๆ แล้วเดินเข้าไปในภูเขากับพวกซือหม่าโยวเย่ว์
เมื่อผละจากข่ายมนตร์มา พวกเขาก็รู้สึกได้ว่าปราณวิญญาณข้างนอกนี้เข้มข้นกว่าข้างในนั้นเสียอีก ดูเหมือนว่าแนวกั้นนั้นไม่เพียงแต่จะกักขังพวกเขาเอาไว้ภายในเท่านั้น แต่ยังทำให้ปราณวิญญาณภายในเบาบางลงอีกด้วย
“อา… รู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก” เจ้าอ้วนชวีสูดหายใจเข้าลึกคราหนึ่งก่อนจะพูดยิ้มๆ
“โยวเย่ว์ เหลือเวลาเกือบหนึ่งปีกว่าจะถึงวันที่กำหนดไว้ในตอนนั้น พวกเราจะตรงไปกันเลย หรือว่าอย่างไรดีเล่า” เป่ยกงถังถาม
“โอวหยาง เจ้ารู้จักบ้านตระกูลซือหม่าหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
โอวหยางเฟยส่ายหน้าแล้วพูดว่า “อย่างน้อยในอาณาจักรทักษิณายาตรก็ไม่มีตระกูลใหญ่แซ่ซือหม่าอยู่เลย”
“เช่นนั้นพวกเราก็คงต้องตามหากันเป็นระยะเวลาหนึ่ง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เช่นนั้นพวกเราตรงไปกันเลยดีกว่า ระหว่างทางก็คอยดูว่าจะเจอสัตว์อสูรวิเศษอะไรให้ฝึกปรือกันได้บ้างหรือไม่ ไม่จำเป็นต้องอยู่แต่ในภูเขาเพื่อฝึกฝนอีกแล้ว ว่าอย่างไรเล่า”
“ได้เลย พวกเราไม่มีปัญหา” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ตอนนี้พวกเราเชื่อฟังเจ้าทั้งหมดนั่นแหละ เจ้าจัดการเลยก็ได้” เว่ยจือฉีพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองโอวหยางเฟย เมื่อดูแล้วเขาไม่มีความเห็นต่างอะไรจึงพูดว่า “เช่นนั้นก็สรุปเช่นนี้แล้วกัน ตอนนี้พวกเรามุ่งหน้าตรงไปกันเลย เชียนอิน เจ้าคำรา