นั้นของเจ้าคำรามน้อยแล้วก็ถูกสะกดจนออกปากขอร้องแทนมัน
“อื้อๆ ใช่แล้วๆ” เจ้าคำรามน้อยผงกศีรษะเล็กอย่างเห็นด้วย
ซือหม่าโยวเย่ว์ดีดกะโหลกมันอีกทีหนึ่งแล้วพูดว่า “หากคราวหน้าเจ้ายังกล้าไปเกี้ยวพานสัตว์อสูรวิเศษตัวอื่นอีก ข้าจะขังเจ้าเอาไว้ในมิติพันธสัญญาหนึ่งปี!”
เจ้าคำรามน้อยคิดจะใช้ขาเล็กสั้นป้อมของมันไปกุมหัว แต่จนใจที่ขาสั้นเกินไป จึงได้แต่กุมใบหูเท่านั้น “ไม่ทำแน่ ไม่ทำแน่” มันรีบรับปากทันที
“เฮอะ หากมีครั้งต่อไปอีก ข้าจะจัดสิ่งที่เจ้าไม่ต้องการให้เอง!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดจบแล้วก็เหวี่ยงตัวเจ้าคำรามน้อยขึ้นไปกลางอากาศ
เจ้าคำรามน้อยได้รับอิสระแล้วจึงวิ่งหนีหายไปราวกับควัน
เมื่อเห็นมนุษย์กับสัตว์อสูรคู่นี้แล้วทุกคนต่างพากันหัวเราะ
“โยวเย่ว์ พวกเราจะอยู่ที่นี่กันนานเท่าใดหรือ” เจ้าอ้วนชวีเข้ามาใกล้แล้วถามขึ้น
“อย่างน้อยก็ต้องรอให้สัตว์อสูรเทพเหล่านั้นจากไปก่อน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ข้าว่านานแค่ไหนก็ไม่เป็นไรหรอก อยู่ที่นี่หลายปีก็ยังไม่เป็นไรเลย” เจ้าอ้วนชวีพูด “ปราณวิญญาณที่นี่เข้มข้นกว่าข้างนอกมากมายนัก ถ้าหากบำเพ็ญที่นี่ได้ ผลลัพธ์ก็ย่อมดียิ่งขึ้นไปอีก”
“ที่นี่ก็มีข้อกำหนดของมันอยู่เช่นกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เจ้าวิญญาณน้อย ให้พวกเราดูสถานการณ์ข้างนอกหน่อยสิ”
เจ้าวิญญาณน้อยปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศแล้วโบกมือเล็กๆ คราหนึ่ง ก็คล้ายกับมีจอผ้าอันหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ สถานการณ์ภายนอกปรากฏ