ละลานตาอยู่บ้าง
“หลอมยาเอย หลอมวัตถุเอย ฝึกสัตว์อสูรเอย ฝึกยุทธ์เอย สวรรค์เอ๋ย โยวเย่ว์ ไม่ว่าจะเป็นอะไร ที่นี่ล้วนมีทั้งหมดเลย!” เว่ยจือฉีมองเห็นหนังสือเหล่านี้แล้วแสดงท่าทีตื่นเต้นสุดๆ
“อืม เจ้านายคนก่อนๆ ของเจ้าวิญญาณน้อย มีผู้เชี่ยวชาญทุกด้านเลย สิ่งของเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเขาทิ้งเอาไว้ทั้งสิ้น” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “หากพวกเจ้าสนใจเล่มไหนก็หยิบดูได้ตามสบายเลยนะ”
“จริงหรือ”
“แน่นอนอยู่แล้ว ถึงอย่างไรตำราเหล่านี้ก็มิใช่ว่าหยิบอ่านแล้วจะหมดสิ้นไปนี่นา” ซือหม่าโยวเย่ว์แย้มยิ้มแล้วพูดว่า “นอกจากนี้ที่นี่ยังมีทรัพยากรล้นเหลือให้พวกเจ้าได้ฝึกฝนกันตามสบาย แน่นอนว่าไม่มีสัตว์อสูรวิเศษ แต่ในภูเขาด้านนอกมีอยู่มากมาย”
ถ้าหากเป็นก่อนหน้านี้เธอคงจะลังเลกับการให้พวกเขาเข้ามา แต่พวกเขาเดินร่วมทางกันมาจนถึงตอนนี้ ผ่านประสบการณ์มาด้วยกันไม่น้อย ในตอนที่เธอลำบากที่สุด ตกต่ำที่สุด พวกเขาก็ไม่เคยทอดทิ้งเธอ แต่กลับช่วยเหลือเธออย่างสุดความสามารถของตน คอยปลอบประโลมเธอ ตระกูลซือหม่าไม่ถูกกลืนกินหลังซือหม่าเลี่ยถูกพาตัวไป ล้วนต้องขอบคุณความช่วยเหลือจากพวกเขา
น้ำใจที่พวกเขามีต่อเธอ เธอจดจำใส่ใจมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังเป็นกังวลว่าเธอต้องอยู่คนเดียวจนถึงขนาดที่พวกเขาเลือกมาที่นี่กับเธอด้วย ผ่านการสังเกตมาเป็นเวลาเนิ่นนานถึงเพียงนี้ เธอย่อมเข้าใจพฤติกรรมของพวกเขาอย่างถ่องแท้
เธอเคยพูดว่าเธอไม่สนใจของประดับ