อย่างไรบ้าง”
พ่อบ้านเห็นสายตาของซือหม่าโยวเย่ว์ที่มองมาทางตน ท่าทางนั้นราวกับเด็กน้อยที่กำลังรอคอยคำชมเชย
เขาโบกไม้โบกมือแล้วพูดว่า “คุณชาย ข้าจะรับสัตว์อสูรทิพย์ขั้นเก้านี่มาได้อย่างไรกัน ท่านเก็บเอาไว้เองดีกว่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์กุมมือเขาเอาไว้พลางเอ่ยว่า “ท่านอาฝู ข้าฝึกสัตว์อสูรเองได้ ทั้งยังอยู่ที่เทือกเขาสั่วเฟยย่าด้วย ยังต้องกลัวว่าจะไม่มีสัตว์อสูรวิเศษให้ข้าทำพันธสัญญาอีกหรือ ข้ารู้ว่าท่านทำพันธสัญญากับสัตว์อสูรวิเศษตนอื่นได้นานแล้ว เพียงแต่ตลอดมาไม่เคยพบตัวที่เหมาะสมเลย ตอนนี้ข้าเตรียมเจ้าตัวนี้เอาไว้สำหรับท่านโดยเฉพาะ ท่านยังไม่ยอมรับไปอีกหรือ”
“พ่อบ้าน นี่เป็นน้ำใจจากคุณชาย ท่านก็รับไปเสียเถิด!”
“ถูกต้อง!”
เด็กรับใช้ด้านหลังพากันเอ่ยขึ้น
พ่อบ้านเห็นสายตาจริงใจของซือหม่าโยวเย่ว์ หางตาก็รื้นน้ำตาขึ้นมาเล็กน้อย เขาพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ก็ได้ ก็ได้ ข้าน้อยจะรับเอาไว้ ขอบคุณคุณชายมากขอรับ!”
ก่อนหน้านี้เธอยังไม่อาจฝึกสัตว์อสูรวิเศษขั้นสูงเช่นนี้ให้เชื่องได้เลย มาที่เทือกเขาสั่วเฟยย่าไม่กี่เดือน ก็ฝึกสัตว์อสูรทิพย์ขั้นเก้าให้เชื่องได้แล้ว เช่นนั้นเธอต้องผ่านเวลาหลายเดือนนี้มาอย่างยากลำบากเพียงใดกัน!
“เช่นนั้นท่านก็ทำพันธสัญญาเลยสิ” ซือหม่าโยวเย่ว์ดึงตัวเขามาตรงหน้าเหยี่ยวนกเขาแล้ววางมือของเขาบนหน้าผากของเหยี่ยวนกเขา หลังจากนั้นก็ถอยไปอีกด้านหนึ่ง ดูเขาทำพันธสัญญา
ลำแสงแห่งการทำพัน