านพูด
“ถ้าหากช่วยพวกท่านปู่กลับมาได้ จะกลับมาหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับพวกเขา แต่ถ้าหากช่วยไม่ได้ ตระกูลซือหม่าก็มิอาจไร้เจ้านายไปตลอดได้หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “สิบปี ถ้าหากสิบปีให้หลังแล้วพวกเรายังไม่กลับมา ท่านก็คือเจ้านายของตระกูลซือหม่าแล้วล่ะนะ ด้วยพลังยุทธ์ของท่านในตอนนี้ การเป็นเจ้านายของตระกูลหนึ่งย่อมเป็นเรื่องสมเหตุสมผลอยู่แล้ว”
“คุณชาย…”
“ท่านอาฝู ท่านอย่าผลักไสอีกเลย ท่านต้องเข้าใจดีอยู่แล้วว่าตระกูลหนึ่งจะไม่มีเจ้านายตลอดไปมิได้หรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ท่านคงไม่อยากเห็นตระกูลซือหม่าล่มจมไปเช่นนี้หรอกกระมัง หรือท่านอยากให้ข้าเป็นห่วงที่นี่ยามข้าจากไปเล่า”
“ข้า… เอ่อ… ข้ารับปากคุณชาย” พ่อบ้านรับปากอย่างกระอักกระอ่วน
“อืม อีกหนึ่งปีกว่าๆ หลังจากนี้ข้าก็จะไปจากที่นี่แล้ว ก่อนจะไปที่นั่น ข้าก็จะพยายามจัดเตรียมยาวิเศษและสัตว์อสูรวิเศษเอาไว้ให้มากที่สุด แต่ท่านก็ต้องเสาะหานักหลอมยาและนักฝึกสัตว์อสูรมาโดยเร็วที่สุดด้วยนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ข้าเข้าใจขอรับคุณชาย” พ่อบ้านตอบ “ตอนนี้พวกเราหาตัวนักหลอมยามาได้คนหนึ่งแล้ว คุณชายไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องการหลอมยาแล้วขอรับ”
“เช่นนั้นก็ดี” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“คุณชาย ท่านทำเต็มที่แล้วในเรื่องการช่วยเหลือท่านแม่ทัพ ข้าคิดว่าท่านแม่ทัพกับคุณชายท่านอื่นๆ ก็คงไม่อยากเห็นท่านทุกข์ยากจนเกินไปเพราะพวกเขาหรอก” พ่อบ้านพูดอย่างสงสาร
ซือหม่าโยวเย่ว์มอง