ชายชราที่รักใคร่ทะนุถนอมตนราวกับท่านอาแท้ๆ พลางยิ้มหวานแล้วพูดว่า “คนครอบครัวเดียวกันอยู่ด้วยกันจึงจะนับว่าเป็นสุข อยู่คนเดียวต่อให้ดีแค่ไหนก็มิใช่เรื่องดีเลย ท่านอาฝู ท่านต้องรักษาตนเองให้ดีนะ พวกเขาคงกำลังคอยข้าอยู่ ข้าต้องกลับแล้ว”
“โอ้ คุณชาย ท่านกลับไปเถิด ระวังตัวด้วยนะขอรับ” พ่อบ้านพูดพลางทอดถอนใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์กอดพ่อบ้านก่อนจะหมุนตัวขึ้นมาบนหลังเจ้าคำรามน้อยแล้วโบกไม้โบกมือให้พ่อบ้าน แล้วมุ่งหน้าทะยานสู่เทือกเขาสั่วเฟยย่า
พ่อบ้านและเด็กรับใช้มองดูซือหม่าโยวเย่ว์จากไป จนกระทั่งเธอลับสายตาไปแล้วพวกเขาจึงคิดจะไปจากที่นี่เช่นกัน
“พ่อบ้าน สัตว์อสูรทิพย์มากมายเช่นนี้ แล้วพวกเราจะนำกลับไปกันอย่างไรเล่า” เด็กรับใช้เห็นกรงหลายสิบกรงแล้วจึงเกิดความกังวล
พ่อบ้านก็คิดไม่ถึงว่าจะมีมากมายถึงเพียงนี้ เดิมทีคิดว่าจะให้ถือกันคนละกรงสองกรง แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีมากมายเช่นนี้ ก็ย่อมถือกันไม่ไหวอยู่แล้ว
“เจ้านาย ขี่ข้ากลับไปเถิด” เหยี่ยวนกเขาพูดจบแล้วร่างกายก็ขยายใหญ่ขึ้น ร่างกายใหญ่มหึมานั้นมากมายเกินพอสำหรับการวางกรงหลายสิบกรง
ตอนนี้ไม่มีวิธีการอื่นอีกแล้ว พ่อบ้านจึงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ดี พวกเจ้าย้ายกรงขึ้นไปให้หมดเลย”
เด็กรับใช้เหล่านั้นคิดไม่ถึงว่าชั่วชีวิตนี้จะมีโอกาสได้โดยสารสัตว์อสูรทิพย์ หลังจากย้ายกรงขึ้นไปแล้วทุกคนก็นั่งเหยี่ยวนกเขามุ่งตรงสู่เมืองหลวง
เมื่อพวกเขากลับถึงเมืองหลวง สัตว์