ไม่มีแม้แต่ที่ให้นั่งเลย”
“โยวเย่ว์ พวกเราได้ยินว่าเจ้าออกมาจากวิทยาลัย ก็เลยมาดูกันสักหน่อยน่ะ” เป่ยกงถังพูด “ร่างกายของเจ้าในตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
“เอาละ พวกเราได้ยินว่าร่างกายเจ้ากระดูกหักไปหลายแห่ง ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ยังเจ็บตรงไหนอยู่หรือไม่” เจ้าอ้วนชวีถาม
ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนั้นเสียที่ไหนกัน ก็แค่หมดสติไปไม่กี่วันเท่านั้น พอฟื้นขึ้นมาก็หายดีแล้ว”
“จริงหรือ” เว่ยจือฉีมองซือหม่าโยวเย่ว์ เธอขยับร่างกายโดยไม่มีปัญหาอะไรจริงๆ ทุกคนจึงค่อยวางใจ
“พวกเราย้ายที่คุยกันดีกว่า ตอนนี้จวนแม่ทัพไม่มีสถานที่พอจะรับรองพวกเจ้าได้เลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “พวกเราไปที่โรงน้ำชาใกล้ๆ ก็แล้วกัน”
ทั้งห้าคนไปยังโรงน้ำชาแล้วหาห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง ขณะที่เสี่ยวเอ้อร์ผู้นั้นยกน้ำชามาก็ยังมองซือหม่าโยวเย่ว์อยู่หลายครั้ง
ซือหม่าโยวเย่ว์ยกจอกชาขึ้นพลางพูดกับเจ้าอ้วนชวีว่า “เจ้าอ้วน ข้าขอใช้น้ำชาแทนสุราขอบคุณตระกูลพวกเจ้าที่ช่วยเหลือตระกูลข้าในเวลาเช่นนี้”
“โยวเย่ว์ เจ้าช่างเกรงอกเกรงใจเสียเหลือเกิน ข้าไม่คุ้นชินเอาเสียเลย” เจ้าอ้วนชวีพูดพลางเกาท้ายทอย
ซือหม่าโยวเย่ว์ยิ้มพลางดื่มน้ำชาลงไป หลังจากนั้นก็เทมาอีกจอกหนึ่งแล้วพูดกับเว่ยจือฉีว่า “สมาคมนักฝึกสัตว์อสูรยื่นมือเข้าช่วย คงจะเป็นเพราะเจ้าไปหาท่านอาของเจ้าสินะ ขอบคุณเจ้ามาก จือฉี”
เว่ยจือฉีอมยิ้มพลางโบกไม้โบกมือแล