ซือหม่าหลินมองซือหม่าโยวเย่ว์ เขาเห็นสัตว์อสูรวิเศษของเธอแต่กลับดูไม่ออกว่าเป็นสัตว์อสูรวิเศษชนิดใด
“เจ้าเป็นใครกัน” เมื่อนึกถึงว่าเมื่อครู่เธอดูการปิดผนึกมิติของเขาออกจึงส่งเสียงพูดขึ้น
“ซือหม่าโยวเย่ว์” ซือหม่าโยวเย่ว์มองซือหม่าหลิน “ไม่ว่าจะเกิดเรื่องอันใดขึ้นในตอนนั้น พวกท่านก็มิอาจพาพวกเรากลับไปได้หรอก คนที่มีสัตว์ปีศาจเป็นพรรคพวก ข้าย่อมไม่มีทางเชื่อคำพูดที่พวกท่านบอกว่าจะคืนความบริสุทธิ์ให้กับพวกเราอะไรนั่นหรอก”
“เจ้าว่าอะไรนะ” ซือหม่าหลินขมวดคิ้ว ใบหน้าฉายแววโมโห
“พูดอะไรหรือ ท่านอายุมากแล้วจึงเริ่มหูไม่ดี ก็เลยฟังสิ่งที่ข้าพูดไม่เข้าใจอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะเยียบเย็น “ดังคำกล่าวที่ว่าคบคนเช่นไรย่อมเป็นเช่นนั้น ในเมื่อเป็นพรรคพวกเดียวกันกับสิ่งมีชีวิตภพมาร พวกท่านว่าพวกเราจะเชื่อสิ่งที่พวกท่านพูดได้หรือไม่เล่า”
“เป็นพรรคพวกเดียวกันกับสิ่งมีชีวิตภพมารอะไรกันเล่า เจ้าอย่ามาป้ายสีพวกเราตระกูลซือหม่าเชียวนะ!” ซือหม่าโยวหลานได้ฟังคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์แล้วก็โมโหจนต้องใช้วิชาตัวเบาทะยานเข้ามาพลางกล่าวตำหนิ
“ป้ายสีหรือ พวกเจ้าอย่ามาพูดเลยดีกว่า พวกเจ้าไม่รู้เลยหรือว่าคราวก่อนท่านปู่ของข้าก็ถูกหนูปีศาจหกนิ้วของตระกูลพวกเจ้าลอบทำร้ายนี่แหละ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“หนูปีศาจหกนิ้วหรือ สัตว์ของภพมารพรรค์นั้นจะมาอยู่ที่ตระกูลซือหม่าของพวกเราได้อย่างไรกัน!” ซือหม่าโยวหลานโมโ