“พี่เลี่ย” เมื่อซือหม่าชิงมองเห็นซือหม่าเลี่ย จึงตะโกนคำเรียกหาสมัยเด็กออกมา
ซือหม่าเลี่ยได้ยินคำเรียกหาที่ห่างหายไปนานจึงมองซือหม่าชิงแล้วพูดว่า “เจ้าคือชิงเอ๋อร์หรือ”
“พี่เลี่ย ยังจำชิงเอ๋อร์ได้หรือไม่” ซือหม่าชิงยิ้มน้อยๆ ทรงเสน่ห์อย่างเหลือล้น
ซือหม่าเลี่ยยิ้มน้อยๆ ให้นาง หลังจากนั้นก็เบนสายตาไปยังร่างของซือหม่าหลินแล้วพูดว่า “นี่คงจะเป็นซือหม่าหลินกระมัง”
ตั้งแต่เล็กจนโต ผู้ที่ซือหม่าชิงยอมฟังคงจะมีเพียงแค่ซือหม่าหลินเท่านั้น
ซือหม่าหลินมองซือหม่าเลี่ย คิดไม่ถึงว่าเขาจะบำเพ็ญมาจนถึงระดับนี้ในสถานที่เนรเทศพรรค์นี้ได้ ถ้าหากยังอยู่ที่ตระกูล เช่นนั้นพลังยุทธ์ของเขาในตอนนี้ก็คงจะไม่ด้อยไปกว่าตนเลย
“ซือหม่าเลี่ย คนอื่นๆ เล่า” ซือหม่าหลินเหลือบมองเบื้องล่างแวบหนึ่งก็เห็นเพียงแค่พวกซือหม่าโยวหมิงวัยเยาว์สี่คนกับทหารรับใช้คนหนึ่งเท่านั้น แต่ไม่เห็นสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ เลย
“คนอื่นๆ หรือ” ซือหม่าเลี่ยหัวเราะเยียบเย็น “คนที่กลับไปในตอนนั้นมิได้บอกพวกเจ้าหรือว่านอกจากข้า คนอื่นๆ ล้วนตายกันไปหมดแล้ว”
“ตายไปหมดแล้ว! เช่นนั้นพวกพี่หญิงสาม…” ซือหม่าชิงมองซือหม่าเลี่ย หมายจะดูว่าเขาโกหกหรือไม่ แต่น่าเสียดายที่นางมองไม่เห็นความสำนึกผิดแต่อย่างใด เห็นเพียงแค่สายตาเคียดแค้นเท่านั้น
“ตายไปได้เกือบร้อยปีแล้ว” ซือหม่าเลี่ยพูดอย่างเย็นชา
ซือหม่าหลินได้ฟังข่าวนี้แล้วก็ยังตกใจอยู่บ้าง แต่ความตกใจนั้น