จางหายไปอย่างรวดเร็ว คล้ายกับไม่เคยปรากฏมาก่อน
“ซือหม่าเลี่ย เจ้าอยู่รอดได้ด้วยตัวคนเดียวมาจนบัดนี้ อีกทั้งยังมีลูกหลานสืบสกุลมากมาย ช่างเป็นปาฏิหาริย์โดยแท้” ซือหม่าเค่อพูดเสียดสี
“ซือหม่าเค่อ หนูสกปรกอย่างเจ้าอุตส่าห์มีชีวิตรอดมาจนถึงวันนี้ก็เป็นปาฏิหาริย์โดยแท้เช่นเดียวกัน” ซือหม่าเลี่ยย้อนด้วยคำพูดของเขา
“เจ้า…” ซือหม่าเค่อคิดไม่ถึงว่าซือหม่าเลี่ยจะรู้จักใช้คำพูดยอกย้อน เขาเอ่ยว่า “คนชั่วที่หลบหนีมาอย่างพวกเจ้า ถ้าหากวันนี้ไม่ยอมกลับไปกับพวกเราอย่างว่าง่าย เช่นนั้นก็อย่าหาว่าพวกเราลงมือไร้น้ำใจก็แล้วกัน”
“กลับไปกับพวกเจ้าอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่เล่า” ซือหม่าเลี่ยมองพวกเขาด้วยสีหน้าปราศจากความตื่นตระหนก มีเพียงความมั่นใจอย่างเดียวเท่านั้น
“เรื่องราวในตอนนั้นยังมิได้ข้อสรุป พวกเจ้าก็หนีมาเสียก่อนแล้ว ตอนนี้พวกเจ้าต้องกลับไปกับพวกเรา” ซือหม่าหลินพูด ไม่ใช่การตั้งคำถามแต่เป็นการออกคำสั่งโดยตรง
“หึๆ ถ้าตอนนั้นพวกเราไม่หนีมา กลัวแต่ว่าตอนนี้แม้แต่ข้าก็คงมิอาจมีชีวิตรอด ตอนนี้ตระกูลมีสภาพเป็นเช่นไร หากพวกเราไปแล้วก็คงมีแต่ตายอย่างเดียวเท่านั้นแหละ เจ้าว่ามาสิ เหตุใดจึงต้องกลับไปกับพวกเจ้าด้วยเล่า”
“พี่เลี่ย ภายหลังท่านพ่อบอกว่าความจริงแล้วเคล็ดแยกอัคคีพิโรธนี้เป็นสิ่งที่มิได้ทำให้กระจ่างชัดเจนในตอนนั้นว่าท่านพ่อของท่านสังหารท่านปู่สามเพื่อชิงมันมา หรือท่านปู่สามมอบให้เ