ั่นพรึง
ซือหม่าเลี่ยดีดร่างกายขึ้นไปกลางท้องฟ้าเหนือจวนแม่ทัพแล้วมองคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังทะยานเข้ามา ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อรู้สึกได้ว่ามีผู้แข็งแกร่งมาเยือน ชาวเมืองหลวงจึงพากันหยุดฝีเท้าแล้วมองดู
“พรึ่บ…”
“พรึ่บ…”
เงาร่างคนสองสายวาบผ่านท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว ซึ่งก็คือท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสและผู้รักษาการณ์ท่านหนึ่งของราชวงศ์นั่นเอง
เมื่อเห็นซือหม่าเลี่ย ท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสจึงทะยานเข้ามาแล้วเอ่ยถามว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ กลิ่นอายราชันวิญญาณสามคน ทั้งยังมีบรรพวิญญาณอีกด้วย ผู้ที่มาเป็นใครกัน”
ซือหม่าเลี่ยเหลือบมองท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสปราดหนึ่งแล้วพูดว่า “นี่เป็นเรื่องของพวกเราตระกูลซือหม่า ท่านกับผู้อาวุโสหวงมิต้องเข้ามาร่วมด้วยหรอก”
ผู้อาวุโสหวงมิได้คิดจะมาเข้าร่วมด้วยอยู่แล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของซือหม่าเลี่ยจึงยืนอยู่ห่างๆ
“เลี่ย…”
ซือหม่าเลี่ยหยิบแหวนวงหนึ่งออกมาแล้วพูดว่า “รบกวนท่านช่วยมอบสิ่งนี้ให้กับโยวเย่ว์ด้วย ห้ามให้โยวเย่ว์ออกมาเป็นอันขาด และท่านก็กลับไปได้แล้ว”
ท่านอาจารย์ใหญ่อาวุโสรับแหวนมาก่อนจะทะยานไปอีกทาง ทว่ามิได้จากไป แต่กลับสังเกตการณ์เรื่องราวทางนี้อยู่ห่างๆ
ซือหม่าหลินนำพวกซือหม่าข่ายมาถึงยังน่านฟ้าเหนือเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นซือหม่าเลี่ย ซือหม่าข่ายก็ตกตะลึงอยู่บ้าง เขาหลุดปากพูดออกมาว่า “เจ้ายังไม่ตายนี่!”
ซือหม่าหลิน ซือหม