ันนี้พวกเราไม่หลอมยานะ”
“เพราะเหตุใดกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์สะดุ้งคราหนึ่งแล้วถามขึ้น
“สภาวะของเจ้าในตอนนี้มิสู้ดีนัก อาจส่งผลกระทบกับการหลอมยาได้ รอให้ผ่านไปสักสองวันให้อารมณ์นิ่งก่อนแล้วค่อยหลอมยาเถิด” หมัวซาพูดอย่างเรียบเรื่อย
ซือหม่าโยวเย่ว์ครุ่นคิด ด้วยสภาพนี้ พอถึงเวลามิอาจทุ่มเทกายใจให้กับการหลอมยาได้อย่างเต็มที่ ก็กลัวแต่ว่าจะส่งผลต่ออัตราความสำเร็จในการหลอมยา จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้สิ”
“นอกจากนี้ข้ายังหลอมศิลาวิญญาณแล้วอีกด้วย” หมัวซาพูด สร้อยข้อมือลายดอกม่านถัวหลัว[1]สีแดงเส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง
“นี่คืออะไรหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ยื่นมือไปสัมผัสสร้อยเส้นนั้นคราหนึ่ง สร้อยเส้นนั้นก็สวมตัวเองลงบนข้อมือเธอราวกับมีสติรับรู้ ล้อมรอบข้อมือขาวเนียนของเธอ ดูแล้วมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง
“นี่คือสร้อยข้อมือที่ข้าใช้ศิลาวิญญาณบวกกับส่วนประกอบที่อยู่ภายในมณีวิญญาณ ใช้เป็นที่พำนักของวิญญาณได้” หมัวซาพูด
“ท่านอยู่ในมณีวิญญาณก็ดีอยู่แล้วมิใช่หรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“การอยู่ภายในมณีวิญญาณนั้นถึงแม้ว่าข้าจะเห็นเหตุการณ์ภายนอกได้ แต่กลับมิอาจสัมผัสถึงวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งของข้าได้เลย” หมัวซาพูด “สวมสิ่งนี้เอาไว้บนมือของเจ้า ข้าก็จะรับสัมผัสได้ในรัศมีประมาณหนึ่ง ถ้าหากวันไหนเจ้าพบเจอวิญญาณอีกครึ่งหนึ่งของข้าเข้า หรือถ้าหากอยู่ห่างจากเขาไม่ไกล ข้าก็จะรับสัมผัสได้”
“ที่แท้เป็นเช่นน