่าโยวเย่ว์พูด
“แต่พวกเราที่นี่ไม่เคยมีใครไปถึงระดับจ้าววิญญาณมาก่อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับเทพเลย” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ไม่ มิใช่ว่าบนดินแดนอี้หลินจะไม่มีจ้าววิญญาณเสียหน่อย เพียงแต่มิได้อยู่ที่นี่เท่านั้นเอง” โอวหยางเฟยพูด
“โอวหยาง เจ้ารู้ได้อย่างไรกัน” เว่ยจือฉีถาม
“เพราะว่าข้าเคยเห็นน่ะสิ” โอวหยางเฟยพูด
“เจ้าเคยเห็นอย่างนั้นหรือ เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินว่าอาณาจักรตงเฉินมีจ้าววิญญาณมาก่อนเลยเล่า” เจ้าอ้วนชวีพูดพลางเกาท้ายทอย
“โอวหยางพูดว่าดินแดนอี้หลิน มิใช่อาณาจักรตงเฉินเสียหน่อย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “อาณาจักรตงเฉินเป็นเพียงแค่สถานที่อันแห้งแล้งแห่งหนึ่งของดินแดนอี้หลินเท่านั้น เป็นแหล่งที่สถานที่อื่นๆ เอาไว้เนรเทศคนชั่วเท่านั้นเอง”
“อะไรนะ!” เจ้าอ้วนชวีและเว่ยจือฉีอุทานอย่างตกใจจนดึงดูดสายตาของผู้คนบริเวณรอบๆ เข้ามา
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูท่าทางตกใจของเจ้าอ้วนชวีและเว่ยจือฉีก่อนจะมองดูผู้คนโดยรอบพลางเอ่ยว่า “พวกเรากลับเรือนพักแล้วค่อยคุยกันดีกว่า”
เมื่อกลับถึงเรือนพัก ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องของซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยความเคยชิน
เจ้าอ้วนชวีชิงถามโดยไม่รอให้ซือหม่าโยวเย่ว์พูดว่า “โยวเย่ว์ เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าที่นี่เป็นสถานที่สำหรับเนรเทศคนชั่วน่ะ”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองโอวหยางเฟยปราดหนึ่งแล้วพูดว่า “เรื่องนี้ให้โอวหยางเป็นคนพูด คงจะพูดได้กระจ่างชัดกว่าข้ากระมัง ใช่หรือไม่เล่า โอวหยาง”