“โยวเย่ว์ ข้าอยากล้มเลิกความคิดที่จะล้างบางตระกูลน่าหลานน่ะ” ซือหม่าเลี่ยพูด
“เพราะเหตุใดเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์มองซือหม่าเลี่ยอย่างประหลาดใจ “เป็นเพราะคนที่เทือกเขาผู่สั่วผู้นั้นหรือ”
ซือหม่าเลี่ยพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “ถึงแม้ว่าข้าจะทำให้ฝ่าบาททรงคลางแคลงพระทัยในตระกูลน่าหลานแล้ว แต่ถ้าหากสู้กับตระกูลน่าหลานต่อไป ต่อให้ตระกูลเราเอาชนะได้ในท้ายที่สุดก็ยังมีราคาที่ต้องจ่าย แทนที่จะทำเช่นนี้ ข้าอยากจะทุ่มเทจิตใจไปกับการยกระดับพลังยุทธ์ของทุกคนมากกว่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองความวิตกกังวลบนใบหน้าของซือหม่าเลี่ยแล้วเกิดความสงสัยขึ้นมาในใจ ที่แท้แล้วตระกูลนั้นมีอิทธิพลยิ่งใหญ่เพียงใดกันแน่ จึงทำให้เขากังวลใจเช่นนี้ได้
“แต่ท่านปู่ ถ้าหากพวกเราถอยกลับ เช่นนั้นทางด้านตระกูลน่าหลาน…”
“ทางด้านตระกูลน่าหลานเผยความอ่อนแอกับพวกเราแล้วล่ะ” ซือหม่าเลี่ยพูด “น่าจะเป็นเพราะความเกี่ยวข้องกับเจ้า พวกเขาจึงตระหนักว่าสู้กับพวกเราต่อไปก็คงไม่เป็นผลดีแต่อย่างใด ดังนั้นเมื่อสองวันก่อนจึงมาหาข้า หวังว่าพวกเราจะยอมปล่อยพวกเขาไปสักครั้ง แน่นอนว่าพวกเขาก็ชดเชยให้พวกเราไม่น้อยเช่นกัน”
“เพราะข้าอย่างนั้นหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์กะพริบตาปริบๆ แล้วพูดว่า “ข้ากับนักหลอมยาของตระกูลพวกเขาอยู่ในระดับเดียวกันมิใช่หรือ แล้วเหตุใดพวกเขาจึงยอมถอยไปก่อนเล่า”
“เจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าเจ้าก่อให้เกิดคลื่นลมอันใดขึ้นทั่วทั้งอาณาจักรตงเฉิน”