ซือหม่าเลี่ยมองซือหม่าโยวเย่ว์ที่มีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “ตั้งแต่ที่เจ้าเปิดเผยความสามารถนักหลอมยาขั้นสองของเจ้าที่งานเลี้ยงในคราวนั้น เมื่อทุกคนได้รู้ว่าเจ้าใช้ระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปีตั้งแต่เริ่มสัมผัสการหลอมยาจนไปถึงระดับนักหลอมยาขั้นสอง ต่างก็พากันเห็นเจ้าเป็นอัจฉริยะไปกันหมดแล้ว”
“ข้าเป็นอัจฉริยะที่ไหนกันเล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบจมูก ไม่พูดอะไรเกี่ยวกับคำสรรเสริญของผู้คนเลย
ซือหม่าเลี่ยแย้มยิ้ม “ตอนนี้ดูเหมือนว่าตระกูลน่าหลานนั่นคงจะพอๆ กันกับพวกเรานั่นแหละ มีนักหลอมยาขั้นสองคนหนึ่งกันทั้งคู่ แต่ในสายตาของทุกคน อีกไม่นานเจ้าก็จะมีผลสำเร็จที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่านี้ และแรงดึงดูดของเจ้าก็แข็งแกร่งกว่านักหลอมยาของตระกูลพวกเขามากมายเลยทีเดียว พวกเขามิได้ร่นถอยเพราะความสามารถของเจ้าในตอนนี้หรอกนะ หากแต่เป็นเพราะศักยภาพของเจ้าต่างหากเล่า”
“หึๆ ข้ายังไม่รู้สึกว่าตัวเองร้ายกาจตรงไหนเลย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดยิ้มๆ “ในเมื่อท่านปู่อยากปล่อยก็ปล่อยพวกเขาไปเถิด ถึงอย่างไรน่าหลานฉีผู้นั้นก็ถูกข้าจัดการไปแล้ว ส่วนน่าหลานหลานนั่นก็ถูกวิทยาลัยไล่ออก ทั้งยังถูกมู่หรงอานทอดทิ้งอีกด้วย มิได้มีจุดจบที่ดีแต่อย่างใดเลย ใช่แล้ว พวกพี่ๆ รู้กันหรือไม่”
“ข้ายังไม่ได้บอกพวกเขาเลย” ซือหม่าเลี่ยพูด “ข้าคิดว่ารอให้เจ้าเห็นด้วยก่อนแล้วค่อยบอกพวกเขา ขอเพียงแค่เจ้าเห็นด้วย พวกเขาก็คงไม่มีข้อโต้แย้งอันใดหรอก”
“อื้ม เ