ล่อยพวกเขาไป
ซือหม่าโยวเย่ว์และเจ้าอ้วนชวีใช้เวลาอยู่ที่งานเลี้ยงสุราครู่หนึ่งก่อนจะไปบอกวั่นไป่ชวนว่าอยากกลับแล้ว วั่นไป่ชวนกล่าวส่งแขกอยู่สองสามประโยคแล้วจึงปล่อยให้พวกเขาจากไป
พอออกไปจากวังหลวงแล้วซือหม่าโยวเย่ว์จึงค่อยหัวเราะเสียงดังลั่นกับเจ้าอ้วนชวี กลั้นมาตลอดทั้งคืน ทำเอาพวกเขาอัดอั้นแทบตายเลยทีเดียว
“โยวเย่ว์ เจ้าเห็นสีหน้าของมู่หรงอานในตอนนั้นหรือไม่ หน้าเขียวคล้ำเลยล่ะ! ฮ่าๆๆ ข้าขำแทบตายแน่ะ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะแล้วพูดว่า “ในภายหน้าต้องถูกขุมอำนาจใหญ่ทั้งสองฝ่ายขึ้นบัญชีดำแน่ อนาคตของมู่หรงอานผู้นี้ไม่ต้องบอกก็รู้แล้ว”
“ใช่แล้ว เจ้ามู่หรงอานผู้นี้มิใช่ของดีแต่อย่างใดเลย เขาสมควรมีจุดจบเช่นนี้แล้วล่ะ!”เจ้าอ้วนชวีพยักหน้า “แต่ว่า… โยวเย่ว์ เหตุใดเจ้าจึงอยากลอบทำร้ายเขาเล่า”
เพราะเหตุใดหรือ ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูดวงจันทร์กลมโตบนท้องฟ้าพลางกระซิบในใจว่าเธอก็แค่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าของร่างเดิมในตอนนั้นเท่านั้นเอง…
วันรุ่งขึ้นเรื่องที่เกิดขึ้นที่งานเลี้ยงสุราก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวงแล้ว หลังจากที่สือเหล่ยและน่าหลานเหอฟังบุตรสาวของตนร้องไห้คร่ำครวญแล้วก็ใส่ชื่อมู่หรงอานเข้าไปในบัญชีดำจริงๆ
น่าหลานเหอออกคำสั่งห้ามมิให้คนของตระกูลมู่หรงเข้าไปในร้านค้าใดๆ ภายใต้ชื่อของตระกูลน่าหลาน และยุติการค้าทั้งหมดกับตระกูลพวกเขา
สือเหล่ยนั้นโหดเหี้ยมยิ่งกว่า ถึงกับสั่งให้สมาคมนัก