ลี่เห็นน่าหลานหลานไม่พูดจากับพวกเขาอีกต่อไปแล้วจึงส่งเสียงเฮอะเยียบเย็นอย่างขัดใจ
ซือหม่าโยวเย่ว์ดูละครฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าสนใจ น่าหลานหลานผู้นี้มิใช่ตะเกียงไร้น้ำมัน ที่วันนี้มิได้อาละวาดท่ามกลางธารกำนัลก็เป็นเพราะปัญหาเรื่องกาลเทศะเป็นเหตุ จึงระงับเอาไว้ชั่วคราวก่อน
ผ่านไปครู่หนึ่งสือเหล่ยและอู๋หลินก็มาถึงตำหนักใหญ่ ตัวแทนของสมาคมนักหลอมวัตถุและสมาคมนักฝึกสัตว์อสูร รวมทั้งสมาคมปรมาจารย์วิญญาณก็ทยอยกันเข้าสู่สนาม เห็นการประลองนี้ก็คงจะหมายความว่างานเลี้ยงกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูคนเหล่านั้น นอกจากอู๋หลินผู้นั้นแล้ว คนอื่นๆ ล้วนดูอ่อนโยนน่าเข้าหากว่าทั้งสิ้น
ขณะนี้เองซือหม่าเลี่ยก็เข้ามาจากด้านนอกแล้วเข้ามานั่งลงบนที่นั่ง ซือหม่าโยวเย่ว์มองเขาปราดหนึ่งแล้วเขาก็พยักหน้า
เมื่อเห็นเช่นนี้ซือหม่าโยวเย่ว์จึงยกมุมปากยิ้ม
เพียงไม่นานฝ่าบาทของอาณาจักรตงเฉินก็เดินเข้ามาด้วยการประคับประคองขององค์ชายใหญ่และองค์ชายสาม ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดสีหน้าของเขาจึงมิใคร่จะดีนัก เมื่อเห็นผู้คนในที่นั้น เขาจึงฝืนปั้นหน้ายิ้มแย้มขึ้นมา
“ถวายพระพรฝ่าบาทเนื่องในเฉลิมพระชนมพรรษา ขอฝ่าบาททรงอายุยืนหมื่นปี” ทุกคนในที่นั้นล้วนลุกขึ้นต้อนรับพลางเอ่ยคำถวายพระพร
“ขอบใจทุกท่านมากที่มาร่วมฉลองวันคล้ายวันประสูติของข้า ทุกท่านเชิญนั่งลงได้ ” วั่นอู๋เฟิงพูดพลางโบกไม้โบกมือให้ทุกคน
“ขอบพระทัยฝ่าบาท”
ทุก