แล้วข้าจะเห็นด้วยกับการไปของเจ้า เทือกเขาผู่สั่วอันตรายยิ่งนัก แล้วจะปล่อยเจ้าไปคนเดียวได้อย่างไรเล่า”
“ท่านพี่สาม ท่านลืมแล้วหรือว่าคราวก่อนข้าก็อยู่ที่เทือกเขาผู่สั่วเพียงคนเดียวตั้งหลายเดือน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ข้ามีธุระด่วนต้องไปจัดการ ท่านวางใจเถิด พอข้าออกมาแล้วก็จะกลับบ้านเอง”
“แต่ว่า…”
“ข้าไม่ใช่ตัวข้าในตอนนั้นอีกแล้ว ข้ามีความทรงจำของทั้งสองภพชาติ ไม่มีทางเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นหรอก” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ตกลงเช่นนี้แหละ ท่านพี่สาม ท่านคุยกับท่านปู่ให้ข้าด้วย ข้าขอตัวก่อน”
พอพูดจบเธอก็ยกเท้าวิ่งออกไปโดยไม่รอให้ซือหม่าโยวหรานตอบ
ซือหม่าโยวหรานมองดูซือหม่าโยวเย่ว์จากไปแล้วส่ายศีรษะพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าเด็กนี่ นิสัยมุทะลุเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเลย!”
เขาเหลือบตามองไปนอกหน้าต่าง ก็เห็นซือหม่าโยวเย่ว์วิ่งไปถึงถนนใหญ่พอดี เมื่อรู้สึกถึงสายตาของเขา เธอยังหันหน้ากลับมาโบกไม้โบกมือให้ด้วย
“ท่านพี่สาม อย่าลืมว่าต้องช่วยปิดเป็นความลับด้วยล่ะ!”
พอพูดจบเธอยังทำสัญลักษณ์มือในอากาศด้วย
ซือหม่าโยวหรานไม่ได้ตอบเธอ แต่ในใจกลับวางแผนว่ากลับไปแล้วจะอธิบายกับซือหม่าเลี่ยอย่างไรดี ในเมื่อเธอบอกว่าต้องเก็บเป็นความลับ ก็แสดงว่าไม่อยากให้ทุกคนรู้ว่าเธอไปที่เทือกเขาผู่สั่ว
เมื่อนึกถึงสัญลักษณ์มือที่ซือหม่าโยวเย่ว์ทำเมื่อครู่ ความเชื่อถือที่ซือหม่าโยวหรานมีต่อนางก็เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่ง ท่าทางนั้นเป็นท่าที