เจ้าคนผู้นี้คงจะมิได้รู้อะไรเข้าจริงๆ หรอกกระมัง
ซือหม่าโยวหรานเห็นสีหน้าของซือหม่าโยวเย่ว์จึงเดินเข้ามาลูบหัวเธอพลางเอ่ยว่า “สนใจจะไปเดินเล่นกับพี่สามหรือไม่”
“ท่านพี่สามจะไปซื้อของหรือ”
“เปล่าหรอก ข้ามีเรื่องอยากจะพูดกับเจ้าหน่อยน่ะ” ซือหม่าโยวหรานพูด
“อ้อ ได้สิ เช่นนั้นพวกเราไปเดินเล่นกัน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
เธอรู้มาตลอดว่าซือหม่าโยวหรานเป็นผู้ที่เฉลียวฉลาดที่สุดในบรรดาพี่ชายทั้งสี่ ตนแตกต่างจากก่อนหน้านี้มากมายนัก ก่อนหน้านี้เพราะมีเวลาอยู่ด้วยกันน้อย ดังนั้นเขาจึงมิได้ค้นพบอะไร แต่ความใกล้ชิดกันตลอดหลายวันมานี้ทำให้เขาเข้าใจเรื่องราวบางอย่างขึ้นมาบ้างแล้ว
เธอก้มหน้าเดินไปกับซือหม่าโยวหราน คิดว่าจะพูดเรื่องของตนกับเขาอย่างไรดี ก็เข้ามาในโรงน้ำชาแห่งหนึ่งกับเขาโดยไม่รู้ตัว
“พวกเราขึ้นไปดื่มชากันสักหน่อยเถิด” ซือหม่าโยวหรานเดินนำซือหม่าโยวเย่ว์ขึ้นไปโดยไม่ถามความเห็นของเธอเลย
เขาให้เสี่ยวเอ้อร์เตรียมห้องส่วนตัวด้านหน้าถนนห้องหนึ่งเอาไว้ให้ ซือหม่าโยวเย่ว์นั่งลงตรงข้ามซือหม่าโยวหราน รอให้เขาเอ่ยปาก
“ข้าได้ยินมาว่าน้ำชาที่นี่ไม่เลวเลย” ซือหม่าโยวหรานรินน้ำชาให้ซือหม่าโยวเย่ว์ถ้วยหนึ่งพลางเอ่ยขึ้น
ซือหม่าโยวเย่ว์ยกถ้วยชาขึ้นดม หลังจากนั้นจึงจิบเบาๆ อีกหนึ่ง ก่อนจะวางถ้วยชาลงแล้วเอ่ยว่า “ไม่เลวเลยจริงๆ”
ซือหม่าโยวหรานมองซือหม่าโยวเย่ว์ลิ้มรสน้ำชา พลางหลุบตาลงเล็กน้อย “ก่อนหน้านี้น้อง