พวกซือหม่าโยวหรานย่อมไม่ทราบเรื่องที่ซือหม่าโยวเย่ว์มีความรู้วิชาแพทย์ ดังนั้นจึงคิดไม่ถึงว่าเธอสร้างของสิ่งนี้ขึ้นมาด้วยตัวเอง
“อาศัยความเร็วเท่านี้ เพียงไม่กี่วันพวกเราก็ออกไปได้แล้วล่ะ” เว่ยจือฉีเบี่ยงประเด็นอย่างแนบเนียน
“เย้ ในที่สุดพวกเราก็จะได้ออกไปกันเสียที อยู่ในป่าเขากันเนิ่นนานถึงเพียงนี้ จนรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นสัตว์อสูรวิเศษไปแล้ว!” เจ้าอ้วนชวีอมยิ้มพูด
“ข้าว่าคนบ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างเจ้าต้องอยู่ที่นี่ตลอดไปจึงจะถูกต้อง!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดด้วยรอยยิ้ม
“คนบ้านป่าเมืองเถื่อนอะไรกัน หึๆ คุณชายเช่นข้าคิดถึงโลกอันหรูหราของเมืองหลวงเสียแล้ว ถ้าหากให้ข้าอยู่ในป่าเขานี่ครึ่งค่อนปีจริงๆ ข้าจะต้องเป็นบ้าตายอย่างแน่นอน” เจ้าอ้วนชวีพูด
“เจ้านี่ จิตใจไม่สงบเอาเสียเลย เจ้าถึงได้ห่างชั้นกับโอวหยางและเป่ยกงอีกมาก” ซือหม่าโยวเย่ว์ตบศีรษะเจ้าอ้วนชวีฉาดหนึ่งพลางเอ่ยขึ้น
เมื่อนึกได้ว่าตนเป็นผู้ที่มีพลังยุทธ์ต่ำสุดในบรรดาพวกเขาทั้งห้าคน เจ้าอ้วนชวีก็มองพลางยักไหล่ โดยมิได้ปฏิเสธคำพูดของซือหม่าโยวเย่ว์ แต่ก็ลอบสาบานในใจว่ามิอาจล้าหลังกว่าซือหม่าโยวเย่ว์ได้ และเพราะคำสาบานนี้เองทำให้เขาใส่ใจกับการฝึกยุทธ์มากขึ้นในเวลาต่อมา ทำให้เขาก้าวหน้าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การเดินทางออกจากภูเขานั้นราบรื่นตลอดทาง เมื่อเผชิญกับสัตว์อสูรวิเศษระดับต่ำ อาศัยพลังยุทธ์ของพวกเขาสิบกว่าคนก็มิได้เป็นปัญหาอะไรมากนัก